จากวีรบุรุษสู่อันธพาล

พันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในโลกอาหรับมากกว่า4ทศวรรษและขณะนี้ลิเบียกำลังได้รับผลกระทบการDomini effectที่ได้มีการเกิดขึ้นที่แอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง ประเทศที่ผู้นำมีการครองอำนาจยาวนานเกินไป ในขณะที่ประชาชนต้องมีชีวิตความเป็นอยุ่ที่แล้งแค้น กัดดาฟีเกิดเมื่อปี พ.ศ.2485ในกระโจมกลางทะเลทรายเมืองเซอร์ตี พ่อและแม่ของเค้าเป็นกลุ่มชนเผ่าเบดูอินที่เร่ร่อนในทะเลทราย

เมื่อครั้งที่เป็นวัยรุ่นเค้ามีความชื่นชอบและประทับใจที่มีต่อตัวประทานาธิบดี กามาล อับเดล บัสเซอร์ ผู้นำแห่งอิยิป ซึ่งเป็นแรงบัลดาลใจที่ทำให้กัดดาฟีมีความสำนึกทางการเมืองอย่างแรงกล้านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กัดดาฟีเป็นที่รู้จักบนเวลทีการเมืองโลกตั้งแต่ปีพ.ศ.2512 หลังจากที่เค้าเป็นผู้นะกองกำลังทหารก่อการรัฐประหารยึดอำนาจของกษัตริย์โดยไม่มีการนองเลือด

หลังจากที่ยึดอำนาจได้แล้วกดัดดาฟีได้จัดตั้งทฤษฎีสากลที่สาม ซึ่งเป็นเส้นทางสายกลางที่มีการผสมผสานระหว่างคอมมิวนิสต์และทุนนิยม เพื่อพัฒนาประเทศที่ประสบกับปัญหาความยากจนโดยการทุ่มเงินหลายพันล้านดอลล่าสหรัฐจากรายได้ที่จากน้ำมันมาช่วยพัฒนาการครองชีพของประชาชนจนทำให้เค้าเป็นที่ชื่นชมของประชาชนคนจนในลิเบีย และได้ทุ่มเงินให้กับโครงการขนาดยักษ์ โครงการส่งน้ำจากทะเลทรายมายังชุมชนโครงการนี้เป็นที่เลื่องลือและเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ8ของโลกด้วยที่ใช้เงินลงทุนไปอย่างมหาศาลมาก

แต่ด้วยความเป็นชาตินิยมอาหลับ กัดดาฟีไม่สนใจความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก มุ่งสู่การเป็นเอกภาพกับประเทศกลุ่มอาหรับมากกว่า กัดดาฟี่คือวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่สืบทอดอุดมการณ์ชาตินิยมอาหลับจากบัสเซอร์ ในสายตาของชาติอาหลับ แต่ในสายตาของโลกตะวันตกกัดดาฟีได้ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย เนื่องจากลิเบียมีชื่อเกี่ยวข้องกับการก่อการร้อย เช่นการใช้เงินที่ได้จากการขายน้ำมันให้กับกลุ่มสนับสนุนฝั่งแอฟริกาและอีกหลายประเทศ รวมทั้งเหตุการณ์การลอบวางระเบิดเครื่องบินด้วย ซึ่งทำให้ชื่อเสียงทางลบของลิเบียกระจายทั่วโลก

และต่อมากัดดาฟีได้ประกาศยกเลิกการสนับสนุนการปฏิบัติการ ทางการก่อการร้ายและยกเลิกการแข่งขันด้านอาวุธทำลายล้างเพื่อถอนการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ อย่างไรก็ตามในเวลาต้อมาลิเบียได้จัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งเพื่อต้อนรับนายอับเดลผู้วางระเบิดเครื่องบินที่ได้รับการปล่อยตัวจากคุกที่สก็อตแลนด์กลับสู่ลิเบียบ้านเกิดและให้การต้อนรับราวกับว่าเป็นวีรบุรุษของประเทศ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวอเมริกันอย่างมาก และต่อมาได้มีการกล่าวโจมตีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อการร้าย และกล่าวหาว่ากษัตริย์แห่งซาอุดิอาระเบียเป็นผู้ที่กล่าวคำโกหกและมีใจเอนเอียงไปยังชาติตะวันตกทั้งยังยกย่องตัวเองว่าเป็นผู้นำของผู้นำและเป็นกษัติรย์ทั้งป่วงของอเมริกา

 

สนับสนุนโดย  sexybaccarat

วิธีมาส์กหน้าอย่างถูกต้องผิวหน้าสวยกระจ่างใส 

เมื่อเรานั้นอยากที่มาส์กหน้าให้หน้าของเรานั้นใสไม่ว่าจะเป็นสูตรแบบธรรมชาติหรือว่าเป็น โฮมเมดหรือว่าสาวๆนั้นจะใช้มาส์กชีทก็ตามซึ่งวันนี้ทางเว็บ  sexybaccarat  ของเรานั้นจะมาแนะนำในการมาส์กหน้าอย่างถูกวิธีว่ามีอะไรบ้างไปดูกันเลย  

  1. ล้างหน้าให้สะอาดก่อนมาส์ก ก่อนที่เรานั้นจะทำการมาส์กหน้านั้นเราต้องล้างหน้าให้สะอาดเพื่อให้เนื้อครีมมาส์กนั้นซึมซาบลงไปบำรุงผิวอย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น 
  2. ทดสอบการแพ้ก่อน  ส่วนสาวๆที่ชอบแพ้อไรนั้นเราก็ควรที่จะดูก่อนว่าเรานั้นแพ้หรือเปล่าด้วยการที่เรานั้นทดสอบที่ใต้แขนด้านในนั้นถ้าเรานั้นไม่แพ้เราก็ทำการมาส์กได้เลย 
  3. เลี่ยงการมาส์กรอบดวงตา เนื่องจากรอบดวงตานั้นเป็นอะไรที่บ่อบางมากดังนั้นเราก็ควรที่จะเว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้จะเป็นการดีที่สุด 
  4. ทิ้งระยะห่างในการมาส์กพอสมควร การมาส์กหน้าทั้งทีนั้นเราต้องหาเวลาที่เรานั้นว่างจริงๆเพราะว่าในการที่เรานั้นมาส์กนั้นต้องใช้เวลาในการมาส์กซึ่งถ้าเรานั้นมาส์กสั้นๆนั้นก็อาจจะไม่เกิดผลอะไรในการที่เรานั้นมาส์กหน้านั้นเราต้องมาส์กประมาณ 10-15 นาที 15-20 นาที และ 20-30 นาทีอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีในการมาส์กที่เขานั้นบอกเอาไว้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่  ส่วนถ้าเป็นการมาส์กที่เป็นแบบธรรมชาตินั้นเราก็ต้องดูว่าผลไม้หรือสิ่งที่เรานั้นมาส์กเป็นกรดมากหรือเปล่าแต่ถ้าเป็นกรดมากนั้นเราก็ควรที่จะมาส์กแค่ 20 นาที พอ 
  5. ทาครีมมาส์กนั้นให้ทั่วหน้า  ควรทาครีมมาส์กนั้นให้ทั่วหน้าและก็ควรที่จะเกลี่ยเนื้อครีมให้สม่ำเสมอทั่วกัน เพราะว่าถ้าหากบางจุดนั้นมาส์กไม่เท่ากันทำให้ผิวหน้านั้นเป็นรอยด่างดำ เนื่องจากได้รับสารอาหารที่เรานั้นบำรุงไม่เท่ากัน ส่งผลทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอกันได้
  6. นวดหน้าก่อนล้าง ก่อนที่เรานั้นจะล้างหน้าตอนที่เรานั้นมาส์กแต่ถ้าสาวๆนั้นใช้มาส์กแบบชีท เมื่อเรานั้นลอกแผ่นมาส์กออกแล้วมันจะพบว่ามีเนื้อครีมมาส์กลื่นๆนั้นอยู่เราแนะนำให้เอาปรายนิ้วนั้นค่อยๆนวกให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้เนื้อครีมนั้นซึมลงเข้าไปในเนื้อของผิวอีกซึ่งอันนี้เป็นมาส์กชีทได้อย่างที่คุ้มค่าที่สุดแล้วก็นวดสักครู่นั้นก็ค่อยล้างออก 
  7. ล้างออกด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม  มาส์กหน้าบางยี่ห้อนั้นจะบอกอยู่ข้างซองเลยว่าต้องให้ใช้น้ำอะไร บางยี่ห้อนั้นให้ใช้น้ำเย็นในการล้างหน้า และบางยี่ห้อนั้นให้ใช้น้ำอุ่นแต่ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไรก็ตามการที่เราล้างหน้าให้สะอาดนั้นแล้วก็ควรที่จะใช้ผ้าขนหนูในการเช็ดหน้าไม่ใช่ผ้านั้นถูจากนั้นก็ซับให้แห้งหลังจากนั้นเราก็ทาครีมลงไปเลยค่ะ