ปลามงคลที่คนนิยมเลี้ยงกันมีอะไรบ้าง

สำหรับคนที่รักสัตว์ก็จะมักจะหาอะไรมาเลี้ยงไว้ในบ้าน

เอาไว้อยู่เป็นเพื่อนเลขยามเหงา แต่หากคนที่รักสัตว์ด้วยและมีความเชื่อเรื่องของฮวงจุ้ยด้วยแล้ว ส่วนมากสัตว์ที่เลี้ยงมักจะเป็นปลา หรือบางคนที่อยากเลี้ยงสัตว์แต่ไม่ค่อยมีเวลาคอยดูแลสัตว์นั้นๆ การเลี้ยงปลาคือทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะไม่ต้องดูแลอะไรมาก หลายคนเชื่อว่าการเลี้ยงปลาคือการเสริมดวงด้านการเงินให้มีเงินหลายมาเทมามีความอุดมสมบูรณ์

อย่างที่เราจะเห็นได้ว่าบ้านคนมีเงินมักจะมีรูปภาพปลาแขวนไว้ที่บ้านหรือแม้แต่ทำรูปปั้นปลาเป็นสีทอง  เนื่องจากตามหลักของฮวงจุ้ยแล้ว ปลาและน้ำนั้นคือตัวแทนของความร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ และความก้าวหน้า

ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำให้ทราบกันว่าปลาชนิดไหนที่คนนิยมเลี้ยงเพื่อความเป็นมงคลมากที่สุดและการเลี้ยงแต่ละตัวมีความหมายสื่อถึงอะไรได้บ้าง

  1. ปลามังกร สำหรับปลาตัวนี้เป็นตัวแทนของความร่ำรวย และพลังอำนาจ ซึ่งปลามังกรจะมีราคาค่อนข้างแพง และคนนิยมเลี้ยงกันมากเพราะชื่อมังกร เป็นสัตว์มงคลของคนจีน ซึ่งปลามังกรจะมีความโดดเด่นในเรื่องของการมีกำลังเยอะและปลาชนิดนี้จะโตเร็วมาก
  2. ปลาคาร์พ  ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด เพราะราคามีหลายระดับตามขนาดของตัวปลาและความสวยของสีปลาและปลาคาร์พยังมีหลายสายพันธ์ ซึ่งปลาคาร์พ เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง เพราะในปลาคาร์พในภาษาจีนนั้นออกเสียงว่า หยูหลี่ ซึ่งพ้องกับคำว่ามั่งคั่ง และปลาคาร์พยังมีสีสันสวยงาม ซึ่งแต่ละสีก็มีความหมายดีๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสี แดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีขาว  หรือว่าสีดำ 
  3. ปลาทอง  เป็นปลาอีกชนิดที่ผู้คนนิยมเลี้ยงกันมาก ด้วยชื่อที่เป็นมงคล ลักษณะตัวที่น่ารัก ซึ่งปลาทองจะเป็นตัวแทนของความร่ำรวย ความมั่นคง และความมีชื่อเสียง 
  4. ปลาหมอสี  ซึ่งปลาชนิดนี้มีความโดดเด่นที่มีสีสันสวยงาม ปลาหมอสีจะเป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง  ความอุดมสมบูรณ์ และโชคลาภ และในภาษาจีนยังมีเสียงที่พ้องออกมาเป็นความหมายที่ดีมาก จึงเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่คนนิยมเลี้ยงเพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมความมั่งคั่งร่ำรวย

สำหรับความหมายของจำนวนที่คนเลี้ยงนิยมเลี้ยงปลากันมากคือ หากเลี้ยงตัวเดียวจะหมายถึงการเริ่มต้นใหม่  แต่ถ้าสองตัวคือความรักความซื้อสัตว์ หากสามตัวคือความก้าวหน้า และหากหกตัวหมายถึงโชค สำหรับแปดตัวคือความร่ำรวยและความอุดมสมบูรณ์ และสุดท้ายเก้าตัวซึ่งถือว่าเป็นเลขที่ดีที่สุด นั้นหมายคือการมีชีวิตที่ยืนยาว 

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง

ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง

ส่วนในเรื่องของการประทับรอยพระพุทธบาท บางแห่งบางสถานที่ก็ว่ากันว่าพญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าไปแสดงธรรมเทศนาในนาคพิภพ(ที่อยู่ของพญานาค) เมื่อพระพุทธเจ้าจะเสด็จกลับพญานาคได้ทูลขออนุสาวรีย์ที่จะนำไว้จารึกบูชาจากพระองค์

พระพุทธเจ้าจึงอธิษฐาน ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทรายแม่น้ำนัมมทา และพวกพญานาคทั้งหลายจึงต่างพากันมากราบไหว้บูชารอยพระพุทธบาทแทนพระองค์ต่อมาพวกประชาชนทั่วไปที่เป็นชาวพุทธก็ได้ทราบเรื่องนี้เข้า จึงได้ไปกราบไหว้นมัสการทำการบูชารอยพระพุทธบาทและสืบต่อกันมา

โดยนำเอาเครื่องสักการะใส่ลงไปในกระทงและนำไปลอยในน้ำ และปรเพณีลอยกระทงในวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันออกพรรษา เพื่อถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้านั้นได้เสด็จกลับลงมาสู่บนโลกมนุษย์อีกครั้ง หลังจากการจำพรรษาสามเดือน ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อแสดงธรรมทรงโปรดพุทธมารดา

พวกเหล่าเทพเทวดาต่างๆก็ได้พากันออกมารับเสด็จเป็นจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน และมาพร้อมกับเครื่องสักการบูชา

ซึ่งเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้เปิดให้ประชาชนได้เห็นสวรรค์และนรกด้วยอิทฤทธิ์ของพระองค์เองประชาชนจึงพากันลอยกระทง เพื่อเฉลิมฉลองและรับเสด็จพระพุทธเจ้าส่วนการลอยกระทงตามประทีป(การจุดไฟในตะเกียงหรือโคมด้วยดินเผาเล็กๆ) เพื่อไปบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น ก็เพราะตรงกับวันที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จออกบวชบรรพชาที่ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา

พระพุทธเจ้าทรงได้ใช้พระขรรค์ตัดพระเกศโมลีขาด และลอยไปในอากาศตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิษฐาน พระอินทร์จึงนำผอบแก้วมาบรรจุพระเกศของโมลีแล้วนำไปประดิษฐานไว้ในจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เพื่อให้ได้ไปอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นนั้นเป็นการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายที่อยู่สวรรค์ชั้นนั้น เหมือนเป็นการขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์และเพื่อให้มีการสืบต่อเหมือนประเพณีดังในปัจจุบัน ที่ทำเพื่อขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำคงคา