ผ้าอนามัย

ผู้หญิงอาจจะรู้จักดีว่าผ้าอนามัยนี้ มีความจำเป็นและมีความสำคัญอย่างไรบ้าง มีความสำคัญสำหรับผู้หญิงหลายๆ คนที่ประจำเดือนอย่างมาก เพราะว่าต้องใช้ทุกครั้งที่ประจำเดือน เพื่อที่จะไม่เลอะ ไม่เปื้อนสิ่งต่างๆ

ที่เรานั้นได้สัมผัสไป ถือว่ามีความสำคัญสำหรับผู้หญิงอยากมาก ไม่ว่าจะปัจจุบันหรืออนาคต ก็ยังเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายๆคนต้องการใช้งานอยู่ เพื่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน ในช่วงที่เรานั้น มีประจำเดือน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผ้าอนามัยนั่นเอง

ประโยชน์ของการใช้งาน

เพราะว่าเราต้องใช้ผ้าอนามัยทุกครั้งที่ประจำเดือน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้สิ่งของที่เราสัมผัสหรือโดนนั้นเปื้อนหรือเลอะ เพราะบางครั้งผู้หญิงหลายๆคนนั้นนั่งอยู่นั้น เลือดอาจจะไหลหรือซึมอออกมาก็ได้ ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าในยุคปัจจุบันนี้ มีการผลิตผ้าอนามัยออกมาอย่างหลากหลายรูปแบบการใช้งาน ทั้งแบบสั้น แบบยาว แบบเย็น แบบมีกลิ่นหอมๆออกมา เพื่อเพิ่มตัวเลือกในการใช้งาน ให้ผู้หญิงหลายๆคนได้ใช้งานกันได้ ตามความต้องการของตัวเอง บางคนประจำเดือนมาน้อย ก็จะใช้แบบสั้นเดือนประจำเดือนมาเยอะ ก็ใช้แบบยาว มีทั้งแบบกลางวัน กลางคืนอีกด้วย

ซึ่งตัวเลือกในการนำไปใช้งานอย่างหลากหลายมากๆ เราสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของเราเลย ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า เมื่อเราไปร้านสะดวกซื้อนั้น จะมีผ้าอนามัยอย่างหลากหลายหลายยี่ห้อมากๆ ทั้งแบบหนา แบบบาง แบบซึมซับเยอะ จะมีคุณสมบัติในการใช้งานที่แตกต่างกันด้วย เพื่อให้มีตัวเลือกในการใช้ผ้าอนามัยของเราได้อย่างมีคุณภาพ เพราะบางคนอาจจะไม่ชอบความอึดอัดอาจจะเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบบาง

แต่ก็มีผ้าอนามัยแบบบาง ที่สามารถซึมซับได้ดีเหมือนกัน ฉะนั้นเราสามารถเลือกในแบบที่เรานั้น ต้องการที่จะนำไปใช้งานได้เลย เพื่อให้เกิดผลที่ดีแก่ตัวของเรามากที่สุด ในการใช้งานต่างๆ นอกจากนี้เราจะเห็นได้ว่า ผู้หญิงหลายๆคนนั้น จะมีความวิตกกังวลเรื่อที่ว่า กลัวประจำเดือนของเรานั้นจะเปื้อนหรือเลอะ ที่ที่เรานั่ง ไม่ว่าจะเป็นตอนนอนก็กลัวว่า ที่นอนเรานั้นจะเลอะเมน ฉะนั้นหลายๆคนที่กลัวในส่วนของเรื่องนี้ จะใช้ผ้าอนามัยแบบหนาและยาว

เพื่อป้องกันการเลอะที่นอน กางเกง หรือที่ที่เรานั่งที่ต่างๆ จะทำให้ผู้หญิงมั่นใจมากยิ่งขึ้น จะได้รู้สึกสบายใจ เพื่อจะได้ทำตัวได้ตามสบาย โดยที่ไม่ต้องมาวิตกกังวลเรื่องเหล่านี้

ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า ผ้าอนามัยนั้น มีความสำคัญสำหรับผู้หญิงขนาดไหน เพื่อการนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพในการนำไปใช้งาน ได้อย่างตามความต้องการของเรามากที่สุด ฉะนั้นเราต้องเลือกตามความเหมาะสมกับตัวเราด้วยเช่นกัน

โชว์ลิงล่ามคอ การเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเที่ยวกับสัตว์

ลิงนี่จริงๆแล้ว เป็นดั่งบรรพบุรุษของเราเลยนะ แล้วมันก็ถือว่าเป็นสัตว์ที่มีมันสมองดีที่สุดชนิดนึง เรียกได้ว่าฉลาดมากๆเลยล่ะ แถมยังมีความคิดความอ่านที่ซับซ้อนกว่าสัตว์อีกหลายๆประเภท แล้วบางครั้งมันก็เกือบเป็นสัตว์ที่สามารถสือสารกับมนุษย์ได้อย่างดีที่สุดเลยล่ะ มนุษย์นั้นมักจะมองมันเป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์ แต่จริงๆแล้วลิงก็ยังถือเป็นสัตว์เดรัจฉานที่ทำอะไรไปตามสัญชาตญาณเช่นกัน มันไม่ได้เจ้าเล่ห์หรือฉลาดไปกว่าเราเลย

แต่มันเพียงเป็นสัตว์ที่ต้องทำตามการอยู่รอดของตัวเองเช่นกัน เพียงแต่โครงสร้างร่างกายและอวัยวะต่างๆค่อนข้างใกล้เคียงกับกับมนุษย์ทำให้มันเป็นสัตว์ที่คล่องแคล่ว แล้วนั้นก็เป็นการทำให้มันดูเหมือนทำอะไรได้เหมือนๆมนุษย์นั้นเอง แต่นั้นแหละเราเข้าใจผิด มันก็ไม่ต่างจากลูกหมาสักตัวหรอกนะ

ทุกคนต่างทราบดีว่าลิงนั้นเป็นสัตว์ที่ดูแสนซน ยิ่งในจังหวัดที่เรียกได้ว่ามีลิงเยอะมากๆอย่างชลบุรี ที่มีเขาสามมุกแหล่งรวมลิงที่มากที่สุดแห่งหนึ่ง แล้วนั้นก็คือที่เราจะเห็นได้ว่า ลิงนั้นเป็นอะไรที่ไม่สามารถจะฝึกได้เลย แค่จะจับตัวหรือให้อาหารกินมันยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อฟังอะไรเลย ยื่นให้ข้างนึง มันจะเอาที่เยอะกว่าอีกจากมือนึงได้เลย

แล้วมันมักจะทำแบบนั้นตลอดๆกับทุกๆเรื่อง แต่แล้วมนุษย์เราก็ยังสรรหาความสามารถต่างๆของลิงที่จะเอามาใช้หากินจนได้ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยการที่มันเป็นสัตว์ที่มีสมองที่ดีเยี่ยม มันถูกฝึกให้ทำอะไรหลายๆที่น่าทึ่งได้ แต่ความน่าทึ่งนั้นก็แลกมาด้วยความทรมานของเจ้าลิงทั้งหลายที่ต้องถูกทั้งล่ามและทำโทษต่างๆ มันถูกฝึกหนักกว่าคนแน่ๆละ เพราะมันไม่ได้เข้าใจภาษามนุษย์ได้ในคำสองคำ มันต้องถูกจดจำด้วยการกระทำต่างๆ

การโดนลงโทษต่างๆ การอดอาหารต่างๆ นั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ได้เห็นเบื้องหลังการฝึกเหล่านั้น มันเป็นอะไรที่แย่มากๆ เจ้าลิงพวกนี้มักจะทำให้เรารู้สึกว่ามันคือสัตว์ที่แสนฉลาดเวลาแสดงให้เราดู และตัวโซ่ล่ามคอนั้นเป็นเพียงเชือกที่เอาไว้ไม่ทำให้มันหนีหรือหลงทางได้ เรากลับคิดไปแบบนั้น โดยที่จริงๆแล้วมันคือโซ่อันหนักอึ้งที่จะล่ามคอไว้เพื่อไว้จับเข้ากรงได้ทุกเมื่อ

เราจะเจอกับอะไรถ้าเกิดโดนล่ามเป็นทาสแบบนั้น ซึ่งมันคงจะหน้าอานาถใจมากๆเลย กับการต้องมาฝึกอะไรที่ไม่ชอบแล้วทำจนวันตาย หรือแก่จนทำอะไรไม่ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวทั้งหมดโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

การทำขนมไทย

ขนมไทย คือ อาหารหวานของคนไทยจะมีความมันจากน้ำกะทิและความหวานจากน้ำตาลจะมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ไข่ไก่ ไข่เป็ด และแป้ง ยังมีผลไม้อื่นๆอีก เช่น มะพร้าว ลูกตาล กล้วย การทำขนมไทยจะเป็นการต้มและนึ่งเป็นหลัก ขนมไทยสามารถแบ่งได้  7 ประเภท 

1.ขนมกวน     2.ขนมเชื่อม 3.ขนมทอด

4.ขนมนึ่ง       5.ขนมต้ม 6.ขนมประเภทน้ำ

7.ขนมอบ

ขนมกวน จะใช้กระทะกวนจากน้ำเหลวๆจนงวดแล้วใส่ลงพิมพ์ เช่น  ขนมเปียกปูน ข้าวเหนียวแดง  ตะโก้  ข้าวเหนียวแก้วและกะละแม

ขนมเชื่อม จะใช้วัตถุดิบมาต้มกับน้ำตาลจะให้ความหวาน  เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง กล้วยเชื่อมและเม็ดขนุน

ขนมทอด นำวัตถุดิบลงกระทะน้ำมันทำให้สุก เช่น ข้าวเม่าทอด  ขนมกง กล้วยทอด ขนมฝักบัวและขนมค้างคาว

ขนมนึ่ง จะใช้ความร้อนจากไอน้ำทำให้ขนมสุก เช่น  ขนมชั้น ข้าวต้มผัด สาลี่อ่อน ขนมตาล ขนมกล้วย  ขนมใส่ไส้และขนมเทียน

ขนมต้ม  จะใช้วัตถุดิบมาต้มให้สุก  เช่น ขนมต้ม ขนมเรไรและขนมถั่วแปบ

ขนมประเภทน้ำ  จะใช้น้ำตาลและน้ำกะทิมาทำขนม  เช่น กล้วยบวชชี ลอดช่องและซาหริ่ม

ขนมอบ  จะใช้ความร้อนทำให้ขนมสุกขนมจะมีลักษณะกรอบและแห้ง  เช่น ขนมทองม้วน ขนมเบื้องและขนมครก

ขนมหวานไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทย และยังเป็นอาหารประจำชาติไทยอีกด้วยขนมไทยจะมีความประณีตละเอียดอ่อนในการทำที่พิถีพิถันรสชาติหอมหว่านอร่อยสีสันสวยงามเห็นได้จากการร้านอาหารหรือร้านกาแฟก็ยังเอาขนมหวานเหล่านี้เข้าไปอยู่ในเมนูด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบดั้งเดิมหรือประยุกต์ อาหารที่บ่งบอกความเป็นไทยได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ครั้งอดีตที่ก่อเกิดภูมิปัญญาไทยได้อย่างหลากหลายจนสืบต่อมาให้คนปัจจุบันที่ไม่ให้ความเป็นไทยหายไปขนมหวานไทยของเรามีรสชาติกลมกล่อมมีกลิ่นหอมทำให้ชวนกินได้เป็นอย่างดี  ขนมไทยในสมัยโบราณจะทำขนมไทยในเวลาสำคัญ เช่นงานแต่ง งานทำบุญ เทศกาลสำคัญ เนื่องจากขนมไทยใช้เวลาในการทำค่อนข้างนานต้องทำอย่างพิถีพิถันความสวยงามและกลิ่นหอมเป็นจุดเด่นของขนมไทย

ประวัติความเป็นมาของขนมไทย  ขนมมาจากคำว่าข้าวนมหรือเข้าหนมหรือข้าวหนมเนื่องจากขนมได้รับผลจากประเทศอินเดียที่ใช้นมและข้าวมาทำขนมแต่คนไทยมักจะใช้น้ำกะทิแทนนมและก็มะพร้าวเป็นส่วนผสมแทน การแต่งกลิ่นเฉพาะของขนมไทย คือกลิ่นหอมความหอมของขนมไทยเป็นการประณีตทำการแต่งกลิ่นจะทำให้อาหารสามารถเก็บได้นานขึ้นอีกด้วย

การอบควันเทียน  เป็นการจุดเทียนหอมให้เกิดควันจากนั้นเอาขนมไปอบทำให้เกิดกลิ่นหอม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

กิจกรรมพักผ่อนทำยามว่าง พัฒนาสมอง

เวลาว่างของหลายๆคนมักจะเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพื่อให้ร่างกายได้รู้สึกคลายเครียด หายเหนื่อย และกิจกรรมพัฒนาตัวเอง ฟังดูแล้วอ่านจะดูเหมือนกับว่า มันเป็นกิจกรรมพักผ่อนยังไง

ถ้ายังคงต้องใช้สมองในการทำงาน แต่รู้หรือไม่ว่า กิจกรรมพักผ่อนพัฒนาสมองนั้นก็เป็นการพักผ่อนหย่อนใจด้วยกิจกรรมสนุกได้ และยังช่วยในเรื่องของความจำ การมีสมาธิเพิ่มขึ้น มาทำความรู้จักกับกิจกรรมพัฒนาสมองที่ไม่น่าเบื่อกันเลย

1.อ่านหนังสือ

สำหรับบางคนนั้นอาจจะบอกว่า อ่านหนังสือแล้วน่าเบื่อ ทำให้ง่วง อยากให้ลองเริ่มอ่านจากหนังสือที่ชอบ เพราะถ้าเราเริ่มอ่านหนังสือแบบที่ชอบ จะทำให้รู้สึกสนุกมากกว่า และการอ่านหนังสือจะช่วยให้พัฒนาสมองทางด้านจินตนาการ

2.เล่นเกมคอมพิวเตอร์

บางคนอาจจะแปลกใจนิดหน่อย ว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์มันช่วยพัฒนาสมองอย่างไร เหมือนจะไร้สาระเสียด้วยซ้ำ แต่การเล่นเกมคอมพิวเตอร์นั้นช่วยพัฒนาการทางด้านกลยุทธ์ คนที่เล่นเกมคอมพิวเตอร์จะมีวิธีการจัดการที่เด็ดขาด และการตัดสินใจที่ดี การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ควรเล่นให้เป็นเวลา รู้จักการแบ่งเวลาด้วย เพราะถ้าหากเล่นตลอดเวลาก็มีข้อเสียทางด้านอารมณ์ด้วยเช่นกัน

3.ดูภาพยนตร์Soundtrack

การดูภาพยนตร์เป็นกิจกรรมพักผ่อนที่หลายๆคนชอบ ทั้งไปดูในโรงภาพยนตร์หรือเปิดดูเองที่บ้าน การดูภาพยนตร์แบบซาวด์แทร็ค  หรือ เสียงต้นฉบับ จะช่วยให้เรามีสมาธิกับการตั้งใจฟัง มีพัฒนาการทางด้านภาษา ยังสามารถเป็นการฝึกภาษาสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้ภาษาอีกด้วย หากใครยังไม่ชิน อาจจะต้องเริ่มดูจากการดูเป็นซาวด์แทร็ค แต่มีซับไตเติ้ลเป็นภาษาไทย แล้วค่อยๆดูแบบไม่มีซับไตเติ้ลเพื่อฝึกการท่องจำคำศัพท์ต่างๆ

4.งีบ

การงีบระหว่างวัน จะทำให้สมองได้พักผ่อน การงีบหลับหลับระหว่างวันที่ดีควรงีบประมาน 15-20 นาที เพราะหากมากกว่านั้น จะเข้าสู่สภาวะของการนอนหลับ เพราะถ้านอนหลับแล้วหลังตื่นอาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าเดิม และจะส่งผลกระทบทำให้ตอนกลางคืนนอนหลับยาก หลับไม่สนิท จะทำให้ตอนเช้าของอีกวันรู้สึกไม่สดชื่นในการพักผ่อน

5.เดินเล่น

การได้ออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าน ได้เจอกับสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าเบื่อ อาจจะเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ที่ชอบ จะช่วยทำให้ร่างกายและสมองสดชื่น รู้สึกปลอดโปร่ง

6.พูดคุย

การได้พบเจอใครสักคน เพื่อพูดคุย ถกเถียง แลกความคิดเห็นของกันและกัน จะทำให้ได้รับข้อมูลต่างๆที่แตกต่างจากที่เคยได้รู้มาเพิ่มมากขึ้น ได้เห็นมุมมองหลายๆด้านจากคนอื่น การได้พูดคุยสนทนานั้นจะช่วยให้พัฒนาความคิดในเชิงตรรกศาสตร์ และเพิ่มความสามารถในการแสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง 

สุดยอดอาหารที่กินแล้วจะช่วยให้คุณหลับสบาย

    เคยเป็นกันไหมคะที่ร่างกายบอกว่าง่วงมากแล้วตาจะปิดแล้ว แต่สมองสั่งการไม่ให้หลับ พอรู้ตัวว่าง่วงรีบล้มตัวลงนอนแต่พอหัวถึงหมอนก็นอนไม่หลับซะอย่างนั้น ความรู้สึกของคนที่ง่วงแล้วนอนไม่หลับนี่ทรมานมากขนาดไหน เคยที่ไม่เคยเป็นจะไม่มีทางรู้หรอก เป็นนานเข้าร่างกายก็จะเพลีย ทำให้หงุดหงิดทุกเรื่องไปหมด จากเดิมเป็นคนที่สดใสร่าเริง หัวเราะง่ายก็มักจะอารมณ์เสียง่ายกับทุกอย่าง

ดังนั้นเราจึงต้องหาตัวช่วยที่จะช่วยให้เราหลับได้ง่ายขึ้นไม่ต้องทรมานอีกต่อไป มีอะไรกันบ้างมาดูเลยคะ

  1. ใครที่มักจะนอนไม่หลับในตอนการคืน ให้ลองดื่มนมอุ่นๆก่อนนอนสักแก้วจะช่วยให้คนอิ่มท้องแล้วหลับสบายขึ้นหรือหากใครไม่ชอบกินนมจะลองเปลี่ยนมากินโยเกิร์ตแทนก็ได้นะคะ เพราะบางครั้งสาเหตุที่เรานอนไม่หลับอาจจะมาจากการที่เราหิวมากจนนอนไม่หลับก็ได้ค่ะ
  2. สำหรับคนที่นอนไม่ค่อยหลับแนะนำว่าอาหารเย็นควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีน ตัวอย่างเช่น ปลาแซลมอน เพราะมีผลวิจัยบอกมาว่าการทานปลาแซลมอนช่วยให้เราอิ่มท้องและช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น ปลาแซลมอนย่อยง่ายและมีโอเมก้า3  ซึ่งจะช่วยให้เรานอนหลับได้ยาวนานขึ้น ไม่มีปัญหาการนอนแล้วตื่นขึ้นมากลางดึกอีกด้วย
  3. อีกสุดยอดโปรตีนที่อร่อยและหาทานง่ายมากที่สุดนั่นก็คือไข่ต้ม ซึ่งในไข่ต้มจะมีโปรตีนสูงและเมื่อเราต้มก็ปลอดภัยจากไขมัน ดังนั้นการไข่ต้มจะช่วยลดปัญหาการนอนหลับยากของเราได้ดีที่สุดที่ไม่แนะนำให้กินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆนั้นเพราะว่าย่อยยากกว่า จะทำให้กระเพาะทำงานนานกว่า ส่วนไข่โปรตีนเยอะและย่อยง่ายดังนั้นการทานไข่ต้มในช่วงเย็นจะมีผลให้เราหลับสบายได้มากกว่า
  4. อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้เรานอนหลับสบายคือ กล้วย เพราะในกล้วยจะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆมากมาย ที่จะช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อทานเข้าไป และเมื่อเราผ่อนคลายเราก็จะหลับง่ายและหลับสนิทขึ้น
  5. การกินถั่วต่างๆก็ช่วยได้เหมือนกัน เพราะการนอนไม่หลับอาจมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนในร่างกายไม่ปกติ ดังนั้น เวลาที่เรานอนจะทำให้เรานอนไม่ค่อยหลับเกิดความรู้สึกกระสับกระส่ายกระวนกระวายใจ ยิ่งในตอนที่ผู้หญิงมีประจำเดือนจะรู้สึกถึงความกระสับกระส่ายนี้ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการทานถั่วเข้าไปจะช่วยไปให้ร่างกายมีการปรับฮอร์โมน ช่วยให้เราไม่หงุดหงิดและทำให้นอนหลับสบายขึ้น

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

ปลามงคลที่คนนิยมเลี้ยงกันมีอะไรบ้าง

สำหรับคนที่รักสัตว์ก็จะมักจะหาอะไรมาเลี้ยงไว้ในบ้าน

เอาไว้อยู่เป็นเพื่อนเลขยามเหงา แต่หากคนที่รักสัตว์ด้วยและมีความเชื่อเรื่องของฮวงจุ้ยด้วยแล้ว ส่วนมากสัตว์ที่เลี้ยงมักจะเป็นปลา หรือบางคนที่อยากเลี้ยงสัตว์แต่ไม่ค่อยมีเวลาคอยดูแลสัตว์นั้นๆ การเลี้ยงปลาคือทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะไม่ต้องดูแลอะไรมาก หลายคนเชื่อว่าการเลี้ยงปลาคือการเสริมดวงด้านการเงินให้มีเงินหลายมาเทมามีความอุดมสมบูรณ์

อย่างที่เราจะเห็นได้ว่าบ้านคนมีเงินมักจะมีรูปภาพปลาแขวนไว้ที่บ้านหรือแม้แต่ทำรูปปั้นปลาเป็นสีทอง  เนื่องจากตามหลักของฮวงจุ้ยแล้ว ปลาและน้ำนั้นคือตัวแทนของความร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ และความก้าวหน้า

ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำให้ทราบกันว่าปลาชนิดไหนที่คนนิยมเลี้ยงเพื่อความเป็นมงคลมากที่สุดและการเลี้ยงแต่ละตัวมีความหมายสื่อถึงอะไรได้บ้าง

  1. ปลามังกร สำหรับปลาตัวนี้เป็นตัวแทนของความร่ำรวย และพลังอำนาจ ซึ่งปลามังกรจะมีราคาค่อนข้างแพง และคนนิยมเลี้ยงกันมากเพราะชื่อมังกร เป็นสัตว์มงคลของคนจีน ซึ่งปลามังกรจะมีความโดดเด่นในเรื่องของการมีกำลังเยอะและปลาชนิดนี้จะโตเร็วมาก
  2. ปลาคาร์พ  ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด เพราะราคามีหลายระดับตามขนาดของตัวปลาและความสวยของสีปลาและปลาคาร์พยังมีหลายสายพันธ์ ซึ่งปลาคาร์พ เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง เพราะในปลาคาร์พในภาษาจีนนั้นออกเสียงว่า หยูหลี่ ซึ่งพ้องกับคำว่ามั่งคั่ง และปลาคาร์พยังมีสีสันสวยงาม ซึ่งแต่ละสีก็มีความหมายดีๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสี แดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีขาว  หรือว่าสีดำ 
  3. ปลาทอง  เป็นปลาอีกชนิดที่ผู้คนนิยมเลี้ยงกันมาก ด้วยชื่อที่เป็นมงคล ลักษณะตัวที่น่ารัก ซึ่งปลาทองจะเป็นตัวแทนของความร่ำรวย ความมั่นคง และความมีชื่อเสียง 
  4. ปลาหมอสี  ซึ่งปลาชนิดนี้มีความโดดเด่นที่มีสีสันสวยงาม ปลาหมอสีจะเป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง  ความอุดมสมบูรณ์ และโชคลาภ และในภาษาจีนยังมีเสียงที่พ้องออกมาเป็นความหมายที่ดีมาก จึงเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่คนนิยมเลี้ยงเพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมความมั่งคั่งร่ำรวย

สำหรับความหมายของจำนวนที่คนเลี้ยงนิยมเลี้ยงปลากันมากคือ หากเลี้ยงตัวเดียวจะหมายถึงการเริ่มต้นใหม่  แต่ถ้าสองตัวคือความรักความซื้อสัตว์ หากสามตัวคือความก้าวหน้า และหากหกตัวหมายถึงโชค สำหรับแปดตัวคือความร่ำรวยและความอุดมสมบูรณ์ และสุดท้ายเก้าตัวซึ่งถือว่าเป็นเลขที่ดีที่สุด นั้นหมายคือการมีชีวิตที่ยืนยาว 

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง

ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง

ส่วนในเรื่องของการประทับรอยพระพุทธบาท บางแห่งบางสถานที่ก็ว่ากันว่าพญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าไปแสดงธรรมเทศนาในนาคพิภพ(ที่อยู่ของพญานาค) เมื่อพระพุทธเจ้าจะเสด็จกลับพญานาคได้ทูลขออนุสาวรีย์ที่จะนำไว้จารึกบูชาจากพระองค์

พระพุทธเจ้าจึงอธิษฐาน ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทรายแม่น้ำนัมมทา และพวกพญานาคทั้งหลายจึงต่างพากันมากราบไหว้บูชารอยพระพุทธบาทแทนพระองค์ต่อมาพวกประชาชนทั่วไปที่เป็นชาวพุทธก็ได้ทราบเรื่องนี้เข้า จึงได้ไปกราบไหว้นมัสการทำการบูชารอยพระพุทธบาทและสืบต่อกันมา

โดยนำเอาเครื่องสักการะใส่ลงไปในกระทงและนำไปลอยในน้ำ และปรเพณีลอยกระทงในวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันออกพรรษา เพื่อถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้านั้นได้เสด็จกลับลงมาสู่บนโลกมนุษย์อีกครั้ง หลังจากการจำพรรษาสามเดือน ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อแสดงธรรมทรงโปรดพุทธมารดา

พวกเหล่าเทพเทวดาต่างๆก็ได้พากันออกมารับเสด็จเป็นจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน และมาพร้อมกับเครื่องสักการบูชา

ซึ่งเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้เปิดให้ประชาชนได้เห็นสวรรค์และนรกด้วยอิทฤทธิ์ของพระองค์เองประชาชนจึงพากันลอยกระทง เพื่อเฉลิมฉลองและรับเสด็จพระพุทธเจ้าส่วนการลอยกระทงตามประทีป(การจุดไฟในตะเกียงหรือโคมด้วยดินเผาเล็กๆ) เพื่อไปบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น ก็เพราะตรงกับวันที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จออกบวชบรรพชาที่ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา

พระพุทธเจ้าทรงได้ใช้พระขรรค์ตัดพระเกศโมลีขาด และลอยไปในอากาศตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิษฐาน พระอินทร์จึงนำผอบแก้วมาบรรจุพระเกศของโมลีแล้วนำไปประดิษฐานไว้ในจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เพื่อให้ได้ไปอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นนั้นเป็นการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายที่อยู่สวรรค์ชั้นนั้น เหมือนเป็นการขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์และเพื่อให้มีการสืบต่อเหมือนประเพณีดังในปัจจุบัน ที่ทำเพื่อขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำคงคา