Cymbopogon citrates หรือกลิ่นตะไคร้

Cymbopogon citrates หรือกลิ่นตะไคร้ เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับส้ม และมะนาว มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย อาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ สามารถใช้ไล่ยุง แมลง บรรเทาอาการจากแมลง สัตว์ กัด ต่อย และดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ฆ่าเชื้อโรคในอากาศทำให้อากาศบริสุทธิ์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


Rosemary มีกลิ่นหอมติดทนนานมาก มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ และลดเรือนริ้วรอยก่อนวัยอันควร บรรเทาอาการหวัด บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ แก้เมาค้าง และบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน

Basil Holy หรือกลิ่นใบกระเพรา มีสรรพคุณช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด และยังช่วยลดอาการอักเสบ ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และเชื้อรา

Michelia Alba Flower หรือกลิ่นดอกจำปี มีความบริสุทธิ์สูง สะอาด และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกจำปี มีคุณสมบัติช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสามารถนำไปทำเป็นน้ำหอม ทำให้กลิ่นติดทนนานมากขึ้นอีกด้วย

Peppermint มีกลิ่นหอมซ่า หวานเย็น มีสรรพคุณช่วยในการบรรเทาอาการปวดหัวจากการเหนื่อยล้า อาการปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวข้างเดียว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดท้อง บรรเทาอาการไข้หวัด ป้องกันการเกิดไซนัส

Lemon หรือมะนาวฝรั่ง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายความเครียด เมื่อนำไปเจือจางกับน้ำมันพื้นฐานสามารถใช้นวดเพื่อปรับสภาพผิวมัน และกระชับรูขุมขนได้ดี

Eucalyptus มีกลิ่นหอมสดชื่น บรรเทาอาการหายใจติดขัด อาการไอ หลอดลมอักเสบ ไข้หวัด ไซนัส เมื่อนำไปเจือจางกับน้ำมันพื้นฐานสามารถใช้นวดเพื่อบรรเทาอาการปวดข้อ ปวดกระดูกได้ ใช้ผสมกับสเปรย์ปรับอากาศเพื่อฆ่าเชื้อโรค ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ สดชื่นได้

Grapefruit เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกันกับส้ม กลิ่นของมันช่วยให้ความรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว เมื่อนำไปเจือจางกับน้ำมันพื้นฐานสามารถใช้นวดเพื่อการสลายไขมัน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เมื่อนำไปนวดบริเวณท้องจะช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร แต่จัดอยู่ในกลุ่มน้ำมันหอมระเหยที่มีความไวต่อแสง ดังนั้นหลังการใช้ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดอย่างน้อยเป็นเวลา 4 ชั่วโมง

Bergamot มีกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยผ่อนคลายความเครียด บรรเทาอาการทางจิตต่าง ๆ บรรเทาอาการคัดจมูกช่วยให้รู้สึกโล่งสบาย นำไปทำเป็นสเปรย์สามารถช่วยไล่แมลงได้อีกด้วย

วิธีเลือกใช้ Aroma บำบัดจากพืชตามอาการ

  • อาการปวดหัวจากความเครียด ควรเลือกกลิ่นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อาทิ เช่น Clary Sage, Bergamot, Lavender เป็นต้น
  • อาการปวดหัวไมเกรนหรืออาการปวดหัวข้างเดียว ควรเลือกกลิ่น Clary Sage, Peppermint เพราะมีสรรพคุณรักษาอาการปวดหัวไมเกรนหรืออาการปวดหัวข้างเดียว
  • อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ควรเลือกกลิ่น Lemon Grass, Rosemary เพราะมีสรรพคุณช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

ยี่ห้อของ Aroma ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเลือกซื้อ เพราะควรเลือก Aroma ที่มีคุณภาพสูง เป็นน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ที่สกัดจากธรรมชาติ 100% และเป็นยี่ห้อที่มีการรับรองคุณภาพจากองค์กรที่น่าเชื่อถือเท่านั้น โดยการตรวจสอบจากฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น ๆเพื่อความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ และคุณภาพที่เหมาะสม

การบำบัดรักษาจากพืชหอมมีอยู่หลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นการสูดดมโดยตรง การสูดดมจากไอระเหย การอาบหรือแช่น้ำ และการนวด แต่ในการใช้น้ำมันหอมระเหยนั้น ต้องใช้ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยมีความเข้มข้นสูง ควรมีการเจือจางก่อนการใช้กับผิวหนังโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อควรระวังก่อนการใช้น้ำมันหอมระเหย

ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหย

  1. ควรเจือจางน้ำมันหอมระเหยด้วยน้ำมันพื้นฐานทุกครั้งก่อนนำมาใช้กับผิวหนังโดยตรง 
  2. ควรทดสอบทุกครั้งก่อนใช้น้ำมันหอมระเหยว่ามีอาการแพ้หรือไม่
  3. ไม่ควรให้น้ำมันหอมระเหยมาสัมผัสกับบริเวณโดยรอบดวงตา และส่วนผิวหนังที่บอบบาง
  4. น้ำมันหอมระเหยบางชนิดมีความไวต่อแสง อาทิ เช่น น้ำมันมะกรูด น้ำมันมะนาว ฯลฯ เป็นต้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการถูกกับแสงแดดโดยตรงภายหลังการใช้น้ำมันหอมระเหยเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
  5. สตรีที่มีการตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคลมชัก โรคความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้น้ำมันหอมระเหย 
  6. น้ำมันหอมระเหยที่มีขวดสีเข้ม ควรเก็บให้ห่างจากมือเด็ก และเปลวไฟ
  7. ห้ามรับประทานน้ำมันหอมระเหยเด็ดขาด นอกจากได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  holiday palace