วิธีเล่นเกมแบล็คแจ็ค

เกมแบล็คแจ็คนั่นเป็นเกมที่นิยมเพราะว่าเป็นเกมที่เล่นง่ายเข้าใจง่ายเลยทำให้มีคนมากมายเลือกที่จะเล่นเกมแบล็คแจ็คนี้ การเล่นก็จะคล้ายๆกับเกมพนันออนไลน์บาคาร่า หรือไพ่ป็อกเด้ง หรืออาจจะคล้าย ๆ กับเกมพนันออนไลน์เสือมังกร (DragonTiger)โดยการบวกเลขหรือนับเลขนั่นเอง 

วิธีเล่นเกมแบล็คแจ็คก็คือ จะเล่นกัน 2 คนขึ้นไป วางเงินเดิมพัน จากนั้นเจ้ามือก็จะเริ่มแจกไพ่ใบแรกให้กับนักพนันทุกคน แล้วหลังจากนั้นก็แจกใบที่ 2  โดยเจ้ามือนั้นจะไพ่ของตัวเองใบแรกจะหงายออกมาให้ดูส่วนอีกใบนึงจะคว่ำเอาไว้ โดยหากนักพนันนั้นได้ไพ่ครบ 2 ใบแล้ว นำมาบวกกัน ถ้าเกิดว่ายังไม่ถึง 21 แต้ม ก็สามารถที่จะเรียกหรือขอไพ่เพิ่มได้อีก 1 ใบ

แต่ถ้าหากว่าไพ่ของนักพนันนั้น เกิน 21 แต้มแล้ว ก็จะถือว่าแพ้ทันทีถือว่าเป็นการวัดดวงมากอย่างนึงต้องคำนวณไพ่ในมือของตัวเองดี ๆ ว่าควรจะขอต่อไปหรือพอแค่นี้ดีกว่า แต่ในส่วนของเจ้ามือนั้นจะถือคติว่า ถ้าแต้มต่ำกว่า 17 แต้มก็จะเรียกเพิ่ม หากนักพนันหรือตัวเราเองนั้นพอใจตัวเลขที่ ตำกว่า 17 แต้มก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเรียกไพ่ให้เจ้ามือเรียกไพ่ไปแล้วก็รอลุ้นว่าแต้มที่เจ้ามือได้นั้นจะเกิน 21 แต้มหรือไม่  

สรุปก็คือ การที่เราจะชนะเจ้ามือได้นั้น เราต้องมีแต้ม 21 แต้มเพื่อที่จะแบล็คแจ็ค หรือมีแต้มเยอะกว่าเจ้ามือนั่นเอง  

โดยการเล่นไพ่แบล็คแจ็คนั้นจะมีคำศัพท์ที่ใช้เรียกกันหลายอย่างเช่น  

คำแรกเลยที่ใช้กันบ่อย ๆ คือคำว่า แบล็คแจ็ค หรือ Blackjack ก็คือการที่ไพ่ในมือเรานั้นมีแต้มครบ 21 แต้ม ก็คือ 2 ใบแรกแต้ม ครบ 21 แต้มนั้นเองก็ให้บอกว่าแบล็คแจ็คหรือหงายไพ่ทันที 

ต่อมาก็คือ สแตนด์ หรือ Stand ก็คือการอยู่หรือไม่เรียกไพ่เพิ่มแล้วนั้นเอง ก็คือการพอใจไพ่ของตัวเองแล้ว 

ต่อมาคือ ฮิต หรือ Hit คือการเรียกหรือขอไพ่เพิ่มนั่นเอง  

ดับเบิ้ลดาวน์ ในบางสถานการณ์นักพนันสามารถดับเบิ้ลดาวน์ในเกมแบล๊คแจ๊คเงินจริงนี่หมายถึงเราสามารถวางเงินเดิมพันเพิ่มสองเท่าก่อนขอไพ่ใบใหม่ ปกติผู้เล่นสามารถดับเบิ้ลดาวน์ได้ถ้าแต้มรวมของไพ่สองใบแรกเป็น 11, 10, หรือ 9 และบางที่อนุญาตให้ผู้เล่นเพิ่มเดิมพันในแต้มอื่นได้ 

ต่อมาคืออัตราการจ่ายเงินเดิมพันบางทีอาจเหมือนหรือแตกต่างจากอันนี้ก็ได้คือ 

ถ้า ชนะ แบบธรรมดา มีอัตราการจ่าย อยู่ที่ 1:1 

ชนะ แบบแบล็คแจ็ค มีอัตราการจ่าย อยู่ที่ 3:2 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์