การเลือกเสื้อผ้า

เราจะเห็นได้ว่าการเลือกเสื้อผ้าใส่ในปัจจุบันนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากเช่นกันเพราะเราอย่างได้เสื้อผ้าที่มีความสวยงาม ใช้งานได้อย่างทนทาน สีเสื้อไม่ตก ซักแล้วไม่ลอกไม่เป็นคราบ

หลายๆคนมีความต้องการที่จะได้เสื้อที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างยาวนาน แต่คนส่วนใหญ่นั้น จะเจอแต่เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยมีคุณภาพในการใช้งานสักเท่าไร ฉะนั้นเราจึงจะมาแนะนำการเลือกเสื้อผ้าที่คุณภาพมากยิ่งขึ้น

การเลือกเสื้อผ้าที่ดี 

การที่เรานั้นจะเลือกเสื้อผ้าใส่ได้อย่างดี จะต้องรู้จักการเลือกอย่างละเอียด เพื่อที่เรานั้น จะได้เสื้อผ้าอย่างมีคุณภาพ ใช้งานได้อย่างทนทานมากยิ่งขึ้น ไม่เสียง่าย สีไม่ตก ไม่เป็นคราบ ฉะนั้นเราต้องเลือกจากเนื้อผ้า เลือกสีที่มีความคงทน ถ้าหากเป้นพวกสีอ่อน เราก็ต้องแยกซักเพื่อที่จะลดปัญหาเสื้อสีตกได้ ฉะนั้นเราต้องดูเสื้อผ้าให้อย่างดี แต่ส่วนใหญ่ คนจะมีความนิยมที่จะใส่เสื้อผ้าที่มียี่ห้อกัน เพราะว่าจะใช้งานได้นานกว่าเสื้อผ้าทั่วไป เสื้อผ้าไม่ขาดหลุดลุ่ยง่าย

โอกาสที่สีจะตกนั้นน้อยมาก เราจึงจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมใส่เสื้อผ้ายี่ห้อกัน เพื่อการใช้งานอย่างคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด แต่เสื้อผ้าแบบนั้นก็มีราคาค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นเราจะต้องเลือกเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดีแต่ราคาประหยัดก็มีเช่นกัน แต่เราต้องรู้จักการเลือกอย่างดี เพื่อการใช้งานของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการใช้งาน

เราต้องแม้กระทั่งรอยเย็บตะเข็บ เสื้อผ้าที่ดีมีคุณภาพ จะต้องเก็บรายละเอียดในส่วนของตรงนี้ได้อย่างดี เนื้อผ้าจะต้องไม่เป็นขุยขน บนบริเวณเสื้อ เพราะบางคนนั้น อาจจะมีอาการแพ้ขนต่างๆของเสื้อได้ ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงเสื้อแบบนั้นทันที เพื่อการใช้งานของเราได้เป็นอย่างดี เราต้องรู้จักความต้องการของเราที่จะเลือกเสื้อผ้า

นำไปใช้งานได้อย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในการใช้งานที่หลัง ฉะนั้นเราต้องรู้จักการเลือกที่ดี เพื่อการนำไปใช้งานของเราได้อย่างเต็ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่สุด ฉะนั้นเราต้องรู้ว่าเรานั้นต้องการอะไร แพ้ผ้าแบบไหนเพื่อเป็นทางเลือกที่ดีในการเลือกซื้อเสื้อผ้าของเราได้อย่างมีคุณภาพที่สุด

ฉะนั้นการที่เราไม่ได้ใส่เสื้อผ้ายี่ห้อก็ไม่ได้แปลว่า คุณภาพเสื้อผ้าบางตัวนั้นจะไม่ดี ฉะนั้นเราก็สามารถเลือกซื้อดูก่อนได้ เสื้อยี่ห้อก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป ฉะนั้นเราต้องมีวิธีการเลือก ที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา ได้อย่างประสิทธิภาพและคุณภาพมากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าออนไลน์ เล่นยังไง

Cymbopogon citrates หรือกลิ่นตะไคร้

Cymbopogon citrates หรือกลิ่นตะไคร้ เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับส้ม และมะนาว มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย อาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ สามารถใช้ไล่ยุง แมลง บรรเทาอาการจากแมลง สัตว์ กัด ต่อย และดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ฆ่าเชื้อโรคในอากาศทำให้อากาศบริสุทธิ์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


Rosemary มีกลิ่นหอมติดทนนานมาก มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ และลดเรือนริ้วรอยก่อนวัยอันควร บรรเทาอาการหวัด บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ แก้เมาค้าง และบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน

Basil Holy หรือกลิ่นใบกระเพรา มีสรรพคุณช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด และยังช่วยลดอาการอักเสบ ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และเชื้อรา

Michelia Alba Flower หรือกลิ่นดอกจำปี มีความบริสุทธิ์สูง สะอาด และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกจำปี มีคุณสมบัติช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสามารถนำไปทำเป็นน้ำหอม ทำให้กลิ่นติดทนนานมากขึ้นอีกด้วย

Peppermint มีกลิ่นหอมซ่า หวานเย็น มีสรรพคุณช่วยในการบรรเทาอาการปวดหัวจากการเหนื่อยล้า อาการปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวข้างเดียว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดท้อง บรรเทาอาการไข้หวัด ป้องกันการเกิดไซนัส

Lemon หรือมะนาวฝรั่ง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายความเครียด เมื่อนำไปเจือจางกับน้ำมันพื้นฐานสามารถใช้นวดเพื่อปรับสภาพผิวมัน และกระชับรูขุมขนได้ดี

Eucalyptus มีกลิ่นหอมสดชื่น บรรเทาอาการหายใจติดขัด อาการไอ หลอดลมอักเสบ ไข้หวัด ไซนัส เมื่อนำไปเจือจางกับน้ำมันพื้นฐานสามารถใช้นวดเพื่อบรรเทาอาการปวดข้อ ปวดกระดูกได้ ใช้ผสมกับสเปรย์ปรับอากาศเพื่อฆ่าเชื้อโรค ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ สดชื่นได้

Grapefruit เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกันกับส้ม กลิ่นของมันช่วยให้ความรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว เมื่อนำไปเจือจางกับน้ำมันพื้นฐานสามารถใช้นวดเพื่อการสลายไขมัน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เมื่อนำไปนวดบริเวณท้องจะช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร แต่จัดอยู่ในกลุ่มน้ำมันหอมระเหยที่มีความไวต่อแสง ดังนั้นหลังการใช้ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดอย่างน้อยเป็นเวลา 4 ชั่วโมง

Bergamot มีกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยผ่อนคลายความเครียด บรรเทาอาการทางจิตต่าง ๆ บรรเทาอาการคัดจมูกช่วยให้รู้สึกโล่งสบาย นำไปทำเป็นสเปรย์สามารถช่วยไล่แมลงได้อีกด้วย

วิธีเลือกใช้ Aroma บำบัดจากพืชตามอาการ

  • อาการปวดหัวจากความเครียด ควรเลือกกลิ่นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อาทิ เช่น Clary Sage, Bergamot, Lavender เป็นต้น
  • อาการปวดหัวไมเกรนหรืออาการปวดหัวข้างเดียว ควรเลือกกลิ่น Clary Sage, Peppermint เพราะมีสรรพคุณรักษาอาการปวดหัวไมเกรนหรืออาการปวดหัวข้างเดียว
  • อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ควรเลือกกลิ่น Lemon Grass, Rosemary เพราะมีสรรพคุณช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

ยี่ห้อของ Aroma ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเลือกซื้อ เพราะควรเลือก Aroma ที่มีคุณภาพสูง เป็นน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ที่สกัดจากธรรมชาติ 100% และเป็นยี่ห้อที่มีการรับรองคุณภาพจากองค์กรที่น่าเชื่อถือเท่านั้น โดยการตรวจสอบจากฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น ๆเพื่อความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ และคุณภาพที่เหมาะสม

การบำบัดรักษาจากพืชหอมมีอยู่หลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นการสูดดมโดยตรง การสูดดมจากไอระเหย การอาบหรือแช่น้ำ และการนวด แต่ในการใช้น้ำมันหอมระเหยนั้น ต้องใช้ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยมีความเข้มข้นสูง ควรมีการเจือจางก่อนการใช้กับผิวหนังโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อควรระวังก่อนการใช้น้ำมันหอมระเหย

ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหย

  1. ควรเจือจางน้ำมันหอมระเหยด้วยน้ำมันพื้นฐานทุกครั้งก่อนนำมาใช้กับผิวหนังโดยตรง 
  2. ควรทดสอบทุกครั้งก่อนใช้น้ำมันหอมระเหยว่ามีอาการแพ้หรือไม่
  3. ไม่ควรให้น้ำมันหอมระเหยมาสัมผัสกับบริเวณโดยรอบดวงตา และส่วนผิวหนังที่บอบบาง
  4. น้ำมันหอมระเหยบางชนิดมีความไวต่อแสง อาทิ เช่น น้ำมันมะกรูด น้ำมันมะนาว ฯลฯ เป็นต้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการถูกกับแสงแดดโดยตรงภายหลังการใช้น้ำมันหอมระเหยเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
  5. สตรีที่มีการตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคลมชัก โรคความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้น้ำมันหอมระเหย 
  6. น้ำมันหอมระเหยที่มีขวดสีเข้ม ควรเก็บให้ห่างจากมือเด็ก และเปลวไฟ
  7. ห้ามรับประทานน้ำมันหอมระเหยเด็ดขาด นอกจากได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  holiday palace

วิธีมาส์กหน้าอย่างถูกต้องผิวหน้าสวยกระจ่างใส 

เมื่อเรานั้นอยากที่มาส์กหน้าให้หน้าของเรานั้นใสไม่ว่าจะเป็นสูตรแบบธรรมชาติหรือว่าเป็น โฮมเมดหรือว่าสาวๆนั้นจะใช้มาส์กชีทก็ตามซึ่งวันนี้ทางเว็บ  sexybaccarat  ของเรานั้นจะมาแนะนำในการมาส์กหน้าอย่างถูกวิธีว่ามีอะไรบ้างไปดูกันเลย  

  1. ล้างหน้าให้สะอาดก่อนมาส์ก ก่อนที่เรานั้นจะทำการมาส์กหน้านั้นเราต้องล้างหน้าให้สะอาดเพื่อให้เนื้อครีมมาส์กนั้นซึมซาบลงไปบำรุงผิวอย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น 
  2. ทดสอบการแพ้ก่อน  ส่วนสาวๆที่ชอบแพ้อไรนั้นเราก็ควรที่จะดูก่อนว่าเรานั้นแพ้หรือเปล่าด้วยการที่เรานั้นทดสอบที่ใต้แขนด้านในนั้นถ้าเรานั้นไม่แพ้เราก็ทำการมาส์กได้เลย 
  3. เลี่ยงการมาส์กรอบดวงตา เนื่องจากรอบดวงตานั้นเป็นอะไรที่บ่อบางมากดังนั้นเราก็ควรที่จะเว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้จะเป็นการดีที่สุด 
  4. ทิ้งระยะห่างในการมาส์กพอสมควร การมาส์กหน้าทั้งทีนั้นเราต้องหาเวลาที่เรานั้นว่างจริงๆเพราะว่าในการที่เรานั้นมาส์กนั้นต้องใช้เวลาในการมาส์กซึ่งถ้าเรานั้นมาส์กสั้นๆนั้นก็อาจจะไม่เกิดผลอะไรในการที่เรานั้นมาส์กหน้านั้นเราต้องมาส์กประมาณ 10-15 นาที 15-20 นาที และ 20-30 นาทีอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีในการมาส์กที่เขานั้นบอกเอาไว้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่  ส่วนถ้าเป็นการมาส์กที่เป็นแบบธรรมชาตินั้นเราก็ต้องดูว่าผลไม้หรือสิ่งที่เรานั้นมาส์กเป็นกรดมากหรือเปล่าแต่ถ้าเป็นกรดมากนั้นเราก็ควรที่จะมาส์กแค่ 20 นาที พอ 
  5. ทาครีมมาส์กนั้นให้ทั่วหน้า  ควรทาครีมมาส์กนั้นให้ทั่วหน้าและก็ควรที่จะเกลี่ยเนื้อครีมให้สม่ำเสมอทั่วกัน เพราะว่าถ้าหากบางจุดนั้นมาส์กไม่เท่ากันทำให้ผิวหน้านั้นเป็นรอยด่างดำ เนื่องจากได้รับสารอาหารที่เรานั้นบำรุงไม่เท่ากัน ส่งผลทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอกันได้
  6. นวดหน้าก่อนล้าง ก่อนที่เรานั้นจะล้างหน้าตอนที่เรานั้นมาส์กแต่ถ้าสาวๆนั้นใช้มาส์กแบบชีท เมื่อเรานั้นลอกแผ่นมาส์กออกแล้วมันจะพบว่ามีเนื้อครีมมาส์กลื่นๆนั้นอยู่เราแนะนำให้เอาปรายนิ้วนั้นค่อยๆนวกให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้เนื้อครีมนั้นซึมลงเข้าไปในเนื้อของผิวอีกซึ่งอันนี้เป็นมาส์กชีทได้อย่างที่คุ้มค่าที่สุดแล้วก็นวดสักครู่นั้นก็ค่อยล้างออก 
  7. ล้างออกด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม  มาส์กหน้าบางยี่ห้อนั้นจะบอกอยู่ข้างซองเลยว่าต้องให้ใช้น้ำอะไร บางยี่ห้อนั้นให้ใช้น้ำเย็นในการล้างหน้า และบางยี่ห้อนั้นให้ใช้น้ำอุ่นแต่ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไรก็ตามการที่เราล้างหน้าให้สะอาดนั้นแล้วก็ควรที่จะใช้ผ้าขนหนูในการเช็ดหน้าไม่ใช่ผ้านั้นถูจากนั้นก็ซับให้แห้งหลังจากนั้นเราก็ทาครีมลงไปเลยค่ะ 

ถ้ำกระบอก

ถ้ำกระบอก เป็นสถานที่ไว้ให้ผู้ที่ติดยาเสพติดมาบำบัด หรือที่คิดจะเลิกเสพ ผู้ที่มาติดต่อกับทางวัดจะต้องทำตามกฎระเบียบของทางวัดทั้งหมดและก่อนจะทำการรักษาจะต้องให้สัจจะเสียก่อนแล้ว

ทางวัดถึงจะทำการรักษาให้ และต้องทำตามกฎของทางวัดอย่างเคร่งครัด และห้ามออกนอกบริเวณวัดเด็ดขาดระยะเวลาในการบำบัดใช้เวลา15วัน

และจะฝึกอาชีพให้แก่ผู้ที่มาบำบัดและจะให้ผู้ที่มาบำบัดกินน้ำสมุนไพรและจะมีการอบตัวเพื่อไล่สารพิออกมาจากร่างกายทางผิวหนัง จะอบรมเกี่ยวกับธรรมและมีการให้นั่งสมาธิวันละ1ครั้ง และจะไม่มีการรับผู้ที่มาบำบัดแล้วกลับมารักษารอบสอง เพราะได้ให้ สัจจะ ว่าจะไม่ยุ้งกับสิ่งเสพติดอีก หากผู้ใดอยู่ครบ15วันแล้วไม่อยากไปไหนก็อยู่ต่อได้

กฎระเบียบของการเข้ามาบำบัด

ผู้ที่ติดสารเสพติดต้องสมัครใจที่จะเข้ามารับการบำบัดด้วยตัวเอง และจะต้องมีผู้ปกครอง หรือญาติมาเซ็นรับรองด้วย และต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนกับทะเบียนบ้านมาด้วยอย่างละ1 ชุด การจะมาเยี่ยมผู้บำบัดต้องหลังจากทำการรักษาไปแล้ว 5วันกำหนดในการรักษามีทั้งหมด 15 วัน จะกลับก่อนไม่ได้ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ผู้ที่เข้ามาบำบัดจะเสียค่าอาหารตกวันละ200และค่าของใช้ส่วนตัวเท่านั้นนอกนั้นทางวัดจะไม่คิดเก็บค่าอย่างอื่นอีก และจะให้การรักษาแค่คนละครั้งเท่านั้น

ขั้นตอนการรักษา

ผู้ที่เข้ามาบำบัดใน5วันแรกจะได้รับการดื่มสมุนไพรและให้ดื่มน้ำตามเข้าไปเยอะๆเพื่อให้อาเจียนเอาสารพิษออกจากร่างกายให้หมดไส้หมดพุงไปเลยจากนั้นก็จะนำไปอบตัวด้วยสมุนไพรมีใบละหุง ตะไคร้ หญ้าคาและผักบุ้ง เพื่อช่วยลดความตรึงเครียดของประสาทและช่วยขับพิษออกจากร่างกาย และ10วันหลังก็จะให้ผู้ป่วย

รักษาจิตใจฟังธรรมพร้อมกับฝึกอาชีพให้ด้วย เมื่อได้ออกจากสถานบำบัดแล้วจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับผู้อื่นได้โดยไม่มีปัญหาอาไร และทางถ้ำกระบอกยังมีการติดตามผลของผู้ป่วย หรือบางคนอาจได้ทุนไปสร้างอาชีพด้วย และผู้ที่มารับการบำบัดจะติดต่อกับทางวัดทุกๆ3เดือนจนถึง 1ปี และมีการเลิกได้เด็ดขาดถึง85เปอร์เซ็นต์เลยที่เดียว

 หรือไม่ได้นั้น มันขึ้นอยู่กับตัวเองว่าคิดจะเลิกจริงไ การที่เรานั้นจะเลิกยาได้หม การไปรับการรักษาที่ถ้ำกระบอกนั้นเหมือนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเราให้มีพลังในการที่คิดจะเลิกยา แต่บางคนที่ไปอาจถูกบังคับเมื่อกลับมาก็มาเสพอีก ก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวด้วยว่าให้ความดูแลเอาใจใส่ลูกหลานของตัวเองขนาดไหน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฟรี 500