ข่าวลูกค้าเจอของแถมในชามก๋วยเตี๋ยว

     มีการโพสต์ภาพจากเฟสบุ๊กของ หมอแล็บแพนด้า ออกมาเกี่ยวกับลูกค้าท่านหนึ่งไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือร้านดังที่ จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเจอกับอะไรไม่รู้ในชามก๋วยเตี๋ยวที่กินมีลักษณะยาวๆ เหมือนหางหู ซึ่งทางร้านได้ขอโทษลูกค้าและรับเอาของสิ่งนั้นไปส่งแล็บเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นเช็คแล้วไม่ใช้พยาธิ แต่จะส่งเช็คว่าเป็นหางหนูหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องส่งเทียบ DNA ใหม่ว่าคือชิ้นส่วนของตัวอะไรกันแน่ 

         ได้เห็นภาพในข่าวแล้วขนาดไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวชามนั้นเอง ยังอยากจะอาเจียนออกมา สำหรับคนที่กินเข้าไปไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังรู้สึกยังไงบ้าง คงหลอนไปอีกนานเลย เดี๋ยวนี้การกินอาหารนอกบ้าน ถึงแม้ว่าร้านนั้นจะดังมีคนมาเช็คอินกันเยอะมากแค่ไหนก็ไม่สามารถการันตีความสะอาดของร้านได้ ยิ่งคนมากินกันเยอะมากเท่าไหร่

โอกาสความผิดพลาดของทางร้านก็ยิ่งเยอะเท่านั้น เพราะพ่อครัว หรือแม่ครัวจะมัวแต่รีบสนใจที่จะเตรียมอาหารไว้รองรับลูกค้าเยอะๆ จนลืมดูแลเรื่องความสะอาดของอาหาร  สำหรับเรื่องมีสิ่งแปลกแปลม หรือมีชิ้นส่วนของสัตว์ตกอยู่ในจานอาหารนั้น ครั้งนี้ไม่ใช่เคสแรก แต่มีมานานและมีมาบ่อยมาก ไม่ว่าร้านจะมีชื่อเสียงหรือดูดีขนาดไหน

ปัญหาแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ และก่อนหน้านี้ที่เป็นข่าวส่วนใหญ่ทางร้านมักจะไม่ค่อยแสดงความรับผิดชอบด้วยการส่งตรวจสอบให้แบบนี้ส่วนใหญ่จะรับผิดชอบด้วยการให้ส่วนลดค่าอาหารหรือไม่เก็บค่าอาหารในมื้อนั้นๆ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ทางร้านทุกร้านควรจะต้องทำอยู่แล้วหากมีปัญหามีชิ้นส่วนแปลกปลอมตกอยู่ในอาหาร เราเองก็เคยเจอกับเคสแบบนี้เหมือนกันเป็นการสั่งเครื่องดื่มมากิน เป็นร้านชาบูที่มีชื่อเสียงมาก ร้านจะอยู่ในห้างใหญ่

มีลูกแมลงสาปติดเข้ามาในแก้วน้ำ คาดว่าจะมาพร้อมกันน้ำแข็ง ซึ่งเมื่อแจ้งพนักงานก็เพียงนำแก้วใหม่มาเปลี่ยนให้ ไม่ได้ขอโทษหรือไม่ได้ส่วนลดค่าอาหารอะไรเลย แต่ก็ไม่อยากโวยวายมากไป เราทำได้ก็เพียงจ่ายเงินแล้วออกจากร้านและต่อไปก็ไม่ต้องมากินร้านนั้นอีกก็พอ หากร้านอาหารทำอาหารไม่สะอาดเราไม่ควรกินต่อ เพราะจะมีผลต่อร่างกายของเราด้วย การที่เรากินอาหารไม่สะอาด อาจทำให้เราท้องเสียรุนแรง

บางรายอาจจะต้องเข้าไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็ได้ ดังนั้น ก่อนทานอาหารกับร้านอาหารข้างนอกควรมองให้ละเอียดสักนิดก่อนทาน ตรวจสอบก่อนว่ามีอะไรแปลกปลอมในจานกับข้าวหรือจานข้าวของเราหรือไม่ ช้อน กับแก้วน้ำสะอาดหรือเปล่า เพื่อสุขภาพของตัวเราเอง

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

การทำขนมไทย

ขนมไทย คือ อาหารหวานของคนไทยจะมีความมันจากน้ำกะทิและความหวานจากน้ำตาลจะมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ไข่ไก่ ไข่เป็ด และแป้ง ยังมีผลไม้อื่นๆอีก เช่น มะพร้าว ลูกตาล กล้วย การทำขนมไทยจะเป็นการต้มและนึ่งเป็นหลัก ขนมไทยสามารถแบ่งได้  7 ประเภท 

1.ขนมกวน     2.ขนมเชื่อม 3.ขนมทอด

4.ขนมนึ่ง       5.ขนมต้ม 6.ขนมประเภทน้ำ

7.ขนมอบ

ขนมกวน จะใช้กระทะกวนจากน้ำเหลวๆจนงวดแล้วใส่ลงพิมพ์ เช่น  ขนมเปียกปูน ข้าวเหนียวแดง  ตะโก้  ข้าวเหนียวแก้วและกะละแม

ขนมเชื่อม จะใช้วัตถุดิบมาต้มกับน้ำตาลจะให้ความหวาน  เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง กล้วยเชื่อมและเม็ดขนุน

ขนมทอด นำวัตถุดิบลงกระทะน้ำมันทำให้สุก เช่น ข้าวเม่าทอด  ขนมกง กล้วยทอด ขนมฝักบัวและขนมค้างคาว

ขนมนึ่ง จะใช้ความร้อนจากไอน้ำทำให้ขนมสุก เช่น  ขนมชั้น ข้าวต้มผัด สาลี่อ่อน ขนมตาล ขนมกล้วย  ขนมใส่ไส้และขนมเทียน

ขนมต้ม  จะใช้วัตถุดิบมาต้มให้สุก  เช่น ขนมต้ม ขนมเรไรและขนมถั่วแปบ

ขนมประเภทน้ำ  จะใช้น้ำตาลและน้ำกะทิมาทำขนม  เช่น กล้วยบวชชี ลอดช่องและซาหริ่ม

ขนมอบ  จะใช้ความร้อนทำให้ขนมสุกขนมจะมีลักษณะกรอบและแห้ง  เช่น ขนมทองม้วน ขนมเบื้องและขนมครก

ขนมหวานไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทย และยังเป็นอาหารประจำชาติไทยอีกด้วยขนมไทยจะมีความประณีตละเอียดอ่อนในการทำที่พิถีพิถันรสชาติหอมหว่านอร่อยสีสันสวยงามเห็นได้จากการร้านอาหารหรือร้านกาแฟก็ยังเอาขนมหวานเหล่านี้เข้าไปอยู่ในเมนูด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบดั้งเดิมหรือประยุกต์ อาหารที่บ่งบอกความเป็นไทยได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ครั้งอดีตที่ก่อเกิดภูมิปัญญาไทยได้อย่างหลากหลายจนสืบต่อมาให้คนปัจจุบันที่ไม่ให้ความเป็นไทยหายไปขนมหวานไทยของเรามีรสชาติกลมกล่อมมีกลิ่นหอมทำให้ชวนกินได้เป็นอย่างดี  ขนมไทยในสมัยโบราณจะทำขนมไทยในเวลาสำคัญ เช่นงานแต่ง งานทำบุญ เทศกาลสำคัญ เนื่องจากขนมไทยใช้เวลาในการทำค่อนข้างนานต้องทำอย่างพิถีพิถันความสวยงามและกลิ่นหอมเป็นจุดเด่นของขนมไทย

ประวัติความเป็นมาของขนมไทย  ขนมมาจากคำว่าข้าวนมหรือเข้าหนมหรือข้าวหนมเนื่องจากขนมได้รับผลจากประเทศอินเดียที่ใช้นมและข้าวมาทำขนมแต่คนไทยมักจะใช้น้ำกะทิแทนนมและก็มะพร้าวเป็นส่วนผสมแทน การแต่งกลิ่นเฉพาะของขนมไทย คือกลิ่นหอมความหอมของขนมไทยเป็นการประณีตทำการแต่งกลิ่นจะทำให้อาหารสามารถเก็บได้นานขึ้นอีกด้วย

การอบควันเทียน  เป็นการจุดเทียนหอมให้เกิดควันจากนั้นเอาขนมไปอบทำให้เกิดกลิ่นหอม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

กิจกรรมพักผ่อนทำยามว่าง พัฒนาสมอง

เวลาว่างของหลายๆคนมักจะเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพื่อให้ร่างกายได้รู้สึกคลายเครียด หายเหนื่อย และกิจกรรมพัฒนาตัวเอง ฟังดูแล้วอ่านจะดูเหมือนกับว่า มันเป็นกิจกรรมพักผ่อนยังไง ถ้ายังคงต้องใช้สมองในการทำงาน แต่รู้หรือไม่ว่า กิจกรรมพักผ่อนพัฒนาสมองนั้นก็เป็นการพักผ่อนหย่อนใจด้วยกิจกรรมสนุกได้ และยังช่วยในเรื่องของความจำ การมีสมาธิเพิ่มขึ้น มาทำความรู้จักกับกิจกรรมพัฒนาสมองที่ไม่น่าเบื่อกันเลย

1.อ่านหนังสือ

สำหรับบางคนนั้นอาจจะบอกว่า อ่านหนังสือแล้วน่าเบื่อ ทำให้ง่วง อยากให้ลองเริ่มอ่านจากหนังสือที่ชอบ เพราะถ้าเราเริ่มอ่านหนังสือแบบที่ชอบ จะทำให้รู้สึกสนุกมากกว่า และการอ่านหนังสือจะช่วยให้พัฒนาสมองทางด้านจินตนาการ

2.เล่นเกมคอมพิวเตอร์

บางคนอาจจะแปลกใจนิดหน่อย ว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์มันช่วยพัฒนาสมองอย่างไร เหมือนจะไร้สาระเสียด้วยซ้ำ แต่การเล่นเกมคอมพิวเตอร์นั้นช่วยพัฒนาการทางด้านกลยุทธ์ คนที่เล่นเกมคอมพิวเตอร์จะมีวิธีการจัดการที่เด็ดขาด และการตัดสินใจที่ดี การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ควรเล่นให้เป็นเวลา รู้จักการแบ่งเวลาด้วย เพราะถ้าหากเล่นตลอดเวลาก็มีข้อเสียทางด้านอารมณ์ด้วยเช่นกัน

3.ดูภาพยนตร์Soundtrack

การดูภาพยนตร์เป็นกิจกรรมพักผ่อนที่หลายๆคนชอบ ทั้งไปดูในโรงภาพยนตร์หรือเปิดดูเองที่บ้าน การดูภาพยนตร์แบบซาวด์แทร็ค  หรือ เสียงต้นฉบับ จะช่วยให้เรามีสมาธิกับการตั้งใจฟัง มีพัฒนาการทางด้านภาษา ยังสามารถเป็นการฝึกภาษาสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้ภาษาอีกด้วย หากใครยังไม่ชิน อาจจะต้องเริ่มดูจากการดูเป็นซาวด์แทร็ค แต่มีซับไตเติ้ลเป็นภาษาไทย แล้วค่อยๆดูแบบไม่มีซับไตเติ้ลเพื่อฝึกการท่องจำคำศัพท์ต่างๆ

4.งีบ

การงีบระหว่างวัน จะทำให้สมองได้พักผ่อน การงีบหลับหลับระหว่างวันที่ดีควรงีบประมาน 15-20 นาที เพราะหากมากกว่านั้น จะเข้าสู่สภาวะของการนอนหลับ เพราะถ้านอนหลับแล้วหลังตื่นอาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าเดิม และจะส่งผลกระทบทำให้ตอนกลางคืนนอนหลับยาก หลับไม่สนิท จะทำให้ตอนเช้าของอีกวันรู้สึกไม่สดชื่นในการพักผ่อน

5.เดินเล่น

การได้ออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าน ได้เจอกับสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าเบื่อ อาจจะเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ที่ชอบ จะช่วยทำให้ร่างกายและสมองสดชื่น รู้สึกปลอดโปร่ง

6.พูดคุย

การได้พบเจอใครสักคน เพื่อพูดคุย ถกเถียง แลกความคิดเห็นของกันและกัน จะทำให้ได้รับข้อมูลต่างๆที่แตกต่างจากที่เคยได้รู้มาเพิ่มมากขึ้น ได้เห็นมุมมองหลายๆด้านจากคนอื่น การได้พูดคุยสนทนานั้นจะช่วยให้พัฒนาความคิดในเชิงตรรกศาสตร์ และเพิ่มความสามารถในการแสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

สิ่งที่คนไทยรู้ แต่ไม่คิดว่าจะทำกันขนาดนี้

นับตั้งแต่ภาวะมลพิษค่าฝุ่น 2.5PM เกิดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนั้น ปัญหานี้เหมือนไม่ได้ถูกแก้กันอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงแรกๆนั้น มีการออกกฎกันอย่างมากมายว่าห้ามตัดไม้ทำลายป่า ห้ามรถที่มีควันดำวิ่งอยู่บนท้องถนน หรือขอความร่วมมือให้งดจุดธูปหรือเทียน เมื่อพวกเราไปเข้าวัดเข้าวา ฯลฯ อีกมากมาย

แต่ประเทศไทยก็คือประเทศไทย รณณรงค์กันชั่วคราว แต่ไม่เคยทำอะไรกันจริงจัง จนมาถึงการแพร่ระบาดของไข้โควิด 19  ซึ่งเป็นไข้ที่สามารถติดต่อกันได้หากมีการไอ หรือจาม ใส่หน้าฝั่งตนข้าม หรือมีสารคัดหลั่งที่ไปโดนตัว ซึ่งทำให้คนไทยหลายๆ คนต้องมีหน้ากากอนามัยติดพกไว้เพื่อป้องกันตัว เวลาออกไปข้างนอก หรือไปใช้ชีวิตหรือธุระที่ต้องพบปะกับคนภายนอกมากมาย หรือต้องอยู่ร่วมกับกลุ่มคนเยอะๆ ในระยะเวลานาน

แต่ทุกวันนี้ หน้ากากอนามัยกลับกายเป็นสิ่งของที่มีค่าและหายากทีสุดในประเทศไทย เนื่องจากการระบาดของโรคนี้อย่างต่อเนื่อง ขยายวงกว้าง และกินเวลามาค่อนข้างนาน ทำให้หน้ากากอนามัยเริ่มขาดแคลน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เริ่มมีพ่อค้าหรือแม่ค้าหัวใส นำมาเร่ขาย และโพสต์ขายลงในเว็บซื้อขายกันตามออนไลน์ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าบางท่าน ก็มี สต๊อกคลังสินค้าเก็บไว้อยู่แล้ว แต่บางท่านก็ไปกว้านซื้อมาตุน และนำมาปล่อยขายปลีกในราคาแพง

ทำให้เกิดคำถามจากประชาชนว่าภาครัฐที่มีหน้าที่ต้องดูแลความรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้ ทำไมถึงไม่ออกมาแก้ปัญหา ซึ่งพอนานเข้า ปัญหาเริ่มบานปลาย เริ่มมีการโก่งราคาและกักตุนสินค้าเหล่านี้กันมากขึ้น ของเริ่มขาดตลาด คนไทยบางคนโพสต์ตั้งคำถามในออนไลน์ว่า ทำไมของพวกนี้ถึงกักตุนกันได้ง่าย มันต้องมีเบื้องหลังสิ ไม่งั้นจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งคำถามนี้เป็นคำถามจั่วหัว ที่เป็นเรื่องพูดคุยกันมาตลอดระยะเวลาเกือบสองอาทิตย์

จนในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผย เมื่อมีคนบางกลุ่มได้ล่วงรู้ความลับของนักการเมืองในรัฐบาลที่ได้ทำการเป็นกระบวนการกักตุนสินค้าเหล่านี้ไว้เป็นของตัวเอง ซึ่งกักตุนไว้ไม่ต่ำกว่า สองล้านชิ้น และนำไปขายให้กับประเทศจีน จากราคาขายเดิมที่ก่อนเกิดภาวะ โควิดนี้ อยู่ที่ชิ้นละ 2 บาท แต่ราคาที่นักการเมืองนั้นขายให้กับประเทศจีน อยู่ที่ 14 บาท ซึ่งนั่นเท่ากับว่านี่คือการทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง และหากินกับความเดือดร้อนและชีวิตของพี่น้องชาวไทย แต่เห็นกับประโยชน์ส่วนตน แน่นอนหล่ะปัญหานี้คงไม่จบง่ายๆ และคาดว่าจะเป็นชนวนที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ต่อไม่ได้ในอนาคต

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

ดูแลตัวเองเพื่อผิวพรรณยังคงสวยงาม

ถ้านอนดึกก็ต้องดูแลตัวเองเพื่อผิวพรรณยังคงสวยงาม

ความสวยงามของผิวพรรณนั้นการนอนพักผ่อนให้เพียงพอก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกันหากว่าคนที่นอกดึกนอนจะรู้สึกว่าร่างกายของเราเพลียและรู้สึกไม่สดชื่นแล้ว เราจะสังเกตเห็นได้เลยว่าผิวพรรณของเรานั้นจะดูคล้ำลงมา รูขุมขนกว้างมากขึ้นและผิวดูไม่สดใสสมวัย

ดังนั้นหากที่ใครมักต้องทำงานอยู่จนดึกดื่นจึงต้องมีการดูแลตัวเองให้ร่างกายไม่ดูทรุดโทรมจนเกินไป วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการดูแลร่างกายสำหรับคนที่ต้องนอนดึกมาฝากกันค่ะ

  1. สำหรับคนที่นอนดึกไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ ทั้งต้องทำงานจนดึกดื่น  ต้องแชทคุยกับแฟนและเพื่อนๆจนดึกดื่นหรือแม้แต่ต้องนอนดึกเพราะติดซีรี่ย์เกาหลีก็แล้วแต่ ควรต้องหาเวลานอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 4 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ร่างกายได้มีโอกาสพักผ่อนบ้าง หากเราเริ่มรู้สึกว่าง่วงเมื่อไหร่ก็ควรจะรีบนอนอย่าฝืนเพราะบางครั้งหากเลยเวลานอนแล้ว จะทำให้กลายเป็นโรคนอนไม่หลับมาแทนที่
  2. และเมื่อใครถึงเวลาที่ต้องตื่นนอนแล้ว อันดับแรกหลังจากตื่นนอนคือควรขยับเนื้อขยับตัวหาเวลาออกกำลังกายนิดหน่อยสัก 10-15 นาทีก็ยังดีเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวจะได้รู้สึกสดชื่น
  3. เมื่อเรานอนดึกร่างกายเราต้องพักผ่อนไม่เพียงพออยู่แล้ว ดังนั้นเราควรหาอะไรมาบำรุงร่างกายของเราให้มากเพื่อให้ให้ทรุดโทรม สำหรับอาหารที่ควรกินบำรุงก็จะเป็นพวกโปรตีนและวิตามินทั้งบีและซี เพื่อเป็นการเสริมสร้างส่วนที่ศึกเหรอและเป็นการบำรุงผิวพรรณให้ยังสดใสเปล่งปลั่งไม่หมองคล้ำจนเกินไป การกินไข่ต้มและข้าวกล้องก็จะช่วยให้เรารับทั้งวิตามินและโปรตีนไปฟื้นฟูได้เยอะและทีสำคัญไม่อ้วนเหมือนกับกินข้าวขาวอีกด้วย
  4. หากต้องนอนดึกแก้ง่วงด้วยการดื่มโกโก้หรือดาร์กชอกโกแลตแทนเพราะจะมีสารที่จะช่วยกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงสมองซึ่งดีกว่าการดื่มกาแฟ เพราะมันจะเป็นการกระตุ้นให้สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
  5. การที่เราอดหลับอดนอนทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนผิดปกติ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อสมองของเราทำให้เรามีความเครียดดังนั้นควรกินวิตามินเพื่อเป็นการปรับฮอร์โมนในร่างกายเพื่อให้เกิดความสมดุล นอกจากนี้การทานผลไม้สดที่มีวิตามินซีสูงก็จะช่วยให้ร่างกายเราสดชื่นผิวพรรณสดใส ไม่หมองคล้ำและไม่มีริ้วรอยได้ดีอีกด้วย

สำหรับใครที่ต้องนอนดึกเป็นประจำควรจะมีเวลาดูแลตัวเองอยู่เสมอรวมทั้งควรหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายไม่ทรุดโทรมเร็วจนเกินไป หากเป็นไปได้ควรหาเวลานอน6-8 ชั่วโมง เพราะเป็นจำนวนชั่วโมงที่ร่างกายต้องการมากที่สุด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

สุดยอดอาหารที่กินแล้วจะช่วยให้คุณหลับสบาย

    เคยเป็นกันไหมคะที่ร่างกายบอกว่าง่วงมากแล้วตาจะปิดแล้ว แต่สมองสั่งการไม่ให้หลับ พอรู้ตัวว่าง่วงรีบล้มตัวลงนอนแต่พอหัวถึงหมอนก็นอนไม่หลับซะอย่างนั้น ความรู้สึกของคนที่ง่วงแล้วนอนไม่หลับนี่ทรมานมากขนาดไหน เคยที่ไม่เคยเป็นจะไม่มีทางรู้หรอก เป็นนานเข้าร่างกายก็จะเพลีย ทำให้หงุดหงิดทุกเรื่องไปหมด จากเดิมเป็นคนที่สดใสร่าเริง หัวเราะง่ายก็มักจะอารมณ์เสียง่ายกับทุกอย่าง

ดังนั้นเราจึงต้องหาตัวช่วยที่จะช่วยให้เราหลับได้ง่ายขึ้นไม่ต้องทรมานอีกต่อไป มีอะไรกันบ้างมาดูเลยคะ

  1. ใครที่มักจะนอนไม่หลับในตอนการคืน ให้ลองดื่มนมอุ่นๆก่อนนอนสักแก้วจะช่วยให้คนอิ่มท้องแล้วหลับสบายขึ้นหรือหากใครไม่ชอบกินนมจะลองเปลี่ยนมากินโยเกิร์ตแทนก็ได้นะคะ เพราะบางครั้งสาเหตุที่เรานอนไม่หลับอาจจะมาจากการที่เราหิวมากจนนอนไม่หลับก็ได้ค่ะ
  2. สำหรับคนที่นอนไม่ค่อยหลับแนะนำว่าอาหารเย็นควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีน ตัวอย่างเช่น ปลาแซลมอน เพราะมีผลวิจัยบอกมาว่าการทานปลาแซลมอนช่วยให้เราอิ่มท้องและช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น ปลาแซลมอนย่อยง่ายและมีโอเมก้า3  ซึ่งจะช่วยให้เรานอนหลับได้ยาวนานขึ้น ไม่มีปัญหาการนอนแล้วตื่นขึ้นมากลางดึกอีกด้วย
  3. อีกสุดยอดโปรตีนที่อร่อยและหาทานง่ายมากที่สุดนั่นก็คือไข่ต้ม ซึ่งในไข่ต้มจะมีโปรตีนสูงและเมื่อเราต้มก็ปลอดภัยจากไขมัน ดังนั้นการไข่ต้มจะช่วยลดปัญหาการนอนหลับยากของเราได้ดีที่สุดที่ไม่แนะนำให้กินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆนั้นเพราะว่าย่อยยากกว่า จะทำให้กระเพาะทำงานนานกว่า ส่วนไข่โปรตีนเยอะและย่อยง่ายดังนั้นการทานไข่ต้มในช่วงเย็นจะมีผลให้เราหลับสบายได้มากกว่า
  4. อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้เรานอนหลับสบายคือ กล้วย เพราะในกล้วยจะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆมากมาย ที่จะช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อทานเข้าไป และเมื่อเราผ่อนคลายเราก็จะหลับง่ายและหลับสนิทขึ้น
  5. การกินถั่วต่างๆก็ช่วยได้เหมือนกัน เพราะการนอนไม่หลับอาจมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนในร่างกายไม่ปกติ ดังนั้น เวลาที่เรานอนจะทำให้เรานอนไม่ค่อยหลับเกิดความรู้สึกกระสับกระส่ายกระวนกระวายใจ ยิ่งในตอนที่ผู้หญิงมีประจำเดือนจะรู้สึกถึงความกระสับกระส่ายนี้ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการทานถั่วเข้าไปจะช่วยไปให้ร่างกายมีการปรับฮอร์โมน ช่วยให้เราไม่หงุดหงิดและทำให้นอนหลับสบายขึ้น

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

ชาวจีนกลัวโรคระบาด

ชาวจีนกลัวโรคระบาด โยนหมาโยนแมว ลงมาจากตึกสูงตายเกลื่อนพื้น

มีรายงานเข้ามาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ปีพ.ศ. 2563 เว็บไซต์ที่เป็นเว็บสำหรับการรายงานข่าวของประเทศออสเตรเลีย ได้ออกมากล่าวว่า เครือข่ายสังคมพากันแชร์รูปภาพสุดแสนที่จะน่าสลดใจซึ่งเป็นของหมาและก็แมวที่ถูกเจ้าของที่เลี้ยงพวกมันมาทำการโยนพวกมันลงมาจากตึกบ้านพักในประเทศจีน หลังจากมีกำเนิดข่าวลืออย่างหนาหูว่าสัตว์เช่น หมาและแมว อาจจะเป็นตัวแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ก็ได้

จากทีมีการรายงานกล่าวว่า ยังมีการระบุอีกด้วยว่าหมาตัวหนึ่งได้ถูกโยนลงมาจากตึกสูงในเมืองเทียนจิน เมืองหูเป่ย์ ซึ่งเป็นภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างมาก โดยคนที่อยู่แถวนั้นได้เปิดเผยว่า พวกเขาได้ยินเสียงดังเหมือนกับยางรถยนต์ระเบิด ก่อนจะพบว่าในตอนเวลาเช้าที่พวกเขาตื่นขึ้นมาจะเห็นซากหมาและแมวตายเกลื่อนพื้นถนน ซึ่งเป็นภาพที่น่าสลดหดหู่ใจเป็นอย่างมาก พวกมันนอนตายเลือดเต็มปากนอกจากนี้ยังมีอีกหลายที่ที่ทำการโยนสัตว์เลี้ยงของตัวเองออกมาจากตึกสูงเพราะกลัวการแพร่เชื้อโรคจากสัตว์มาสู่ตนเอง

เรื่องราวดังที่กล่าวมาแล้วเกิดขึ้นหลังจากสื่อประจำท้องถิ่นของจีน ได้มีการออกมาบอกกล่าวข้อมูลกับประชาชนไม่ครบถ้วน  โดยเนื้อความที่แท้จริงนั้น คุณหมอได้ออกมาบอกว่า หากคนที่ติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนาสัมผัสหรือจับสัตว์เลี้ยงแล้วละก็สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นก็ต้องถูกกักบริเวณเพื่อตรวจหาเชื้อด้วยเหมือนกัน แต่ทางสื่อประจำท้องถิ่นของจีนกลับออกมาบอกกับประชาชนของตัวเองว่าแมวรวมทั้งหมาสามารถกระจายเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนาได้” ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด

 แล้วก็เปลี่ยนเป็นข่าวซุบซิบเป็นวงกว้างในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ผู้คนจำนวนมากจึงเกิดความกลัวและหวาดระแวงว่าจะติดโรคไวรัสนี้จากสัตว์เลี้ยงของตนเอง จึงพากันจับสัตว์เลี้ยง โยนมันลงมาจากข้างบนตึกตามที่มีการรายงานข่าว

และไม่นานหลังจากนั้นทางสื่อของจีนที่ออกมาแจ้งข่าวอย่างเป็นทางการอย่าง  CGTN ก็ได้ออกมาบอกข่าวสารที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้องโดยระบุว่าในขณะนี้ พวกเขายังไม่ได้มีการได้รับรายงานเลยว่าสัตว์เลี้ยงอย่างเช่น หมาและแมวจะสามารถติดเชื้อไวรัสโคโรนาและจะสามารถเป็นตัวแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาได้ ดังนั้น ข่าวโคมลอยดังกล่าวมาแล้ว

ข้างต้นก็เลยเงียบหายไป ในช่วงเวลาที่หน่วยงานป้องกันสัตว์ PETA ได้พากันออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งข่าวสารให้กับประชาชนหาตัวคนที่ออกมาแจ้งข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดให้กับประชาชนส่งผลให้สัตว์ถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็นดังนั้นเจ้าหน้าที่คนที่แจ้งข่าวสารผิดพลาดสมควรที่ได้รับการลงโทษจากการกระทำความผิดดังกล่าวด้วย

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย