ข่าวทั่วไป สาระน่ารู้

ทิป & ทริค ในการใช้ชีวิตประจำวัน การหางาน สมัครงาน ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
แนะนำแหล่งช้อปปิ้ง แนะนำแหล่งพักผ่อน แนะนำอาหาร
เรารวบรวมข่าวสารประจำวันเอาไว้ในเว็บเดียว

สังคมความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันในยุค 4.0

เรื่องราวต่างๆในสังคม การใช้ชีวิต อาหารการกินต่างๆ
Daily Life ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในทุกๆวัน
การรวมตัว การชุมนุม ข่าวสังคมทั่วไป ในชีวิตประจำวัน
อ่านต่อ

ข่าวสังคม

เคป๊อปฮิปฮอปของเกาหลี

เคป๊อปฮิปฮอปของเกาหลี K-pop เริ่มต้นในปี 1992 ด้วยการแสดงดนตรีฮิปฮอปแบบไฟฟ้า K-pop อย่างที่เราทราบดีว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีประชาธิปไตยและโทรทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปรัฐบาลประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ในปี 1987 ด้วยการปรับปรุงให้ทันสมัยและการเซ็นเซอร์ที่เบาลง และผลกระทบที่การเปลี่ยนแปลงนี้มีต่อโทรทัศน์ ก่อนการก่อตั้งสาธารณรัฐที่หกของประเทศ

มีเพียงสองเครือข่ายออกอากาศในประเทศและพวกเขาควบคุมเพลงที่ชาวเกาหลีใต้ฟังเป็นส่วนใหญ่นักร้องและนักดนตรีไม่ได้เป็นมากกว่าเครื่องมือของเครือข่าย เครือข่ายแนะนำบุคคลทั่วไปให้รู้จักดาราดนตรีผ่านการแสดงความสามารถทางดนตรีในช่วงสุดสัปดาห์ วิทยุมีอยู่แต่เช่นเดียวกับเครือข่ายโทรทัศน์

อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างเข้มงวดการผลิตเพลงอิสระไม่มีอยู่จริงและเพลงร็อคยังเป็นที่ถกเถียงและอาจถูกแบนนักดนตรีและเพลงได้รับการแนะนำให้รู้จักกับสาธารณชนเป็นหลักผ่านสื่อของการแสดงความสามารถทางโทรทัศน์ และวิทยุทำหน้าที่เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มย่อยสำหรับผู้ให้ความบันเทิงที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการโทรทัศน์ช่วงสุดสัปดาห์เหล่านั้น

ก่อนการเปิดเสรีสื่อของเกาหลีใต้ในช่วงปลายยุค 80 เพลงที่ผลิตโดยเครือข่ายการออกอากาศส่วนใหญ่เป็นเพลงบัลลาดที่ช้า ซึ่งเป็นการผสมผสานของดนตรีดั้งเดิมกับมาตรฐานป๊อปแบบเก่าของ Lawrence Welk-ish อย่างไรก็ตามหลังปี 1987 การแพร่ภาพทางวิทยุของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็วและชาวเกาหลีใต้ได้เปิดรับดนตรีที่หลากหลายจากนอกประเทศเป็นประจำมากขึ้น รวมถึงเพลงอเมริกันร่วมสมัยด้วย

แต่ทีวียังคงเป็นสื่อแบบรวมศูนย์ที่โดดเด่นของประเทศ: ในปี 1992 เครือข่ายทีวีระดับประเทศสามารถเจาะทะลุบ้านเรือนในเกาหลีใต้ได้มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนผู้ชมสูงที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีการแสดงความสามารถ การแสดงความสามารถทางโทรทัศน์เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแนะนำกลุ่มดนตรีให้กับผู้ชมชาวเกาหลีใต้

พวกเขายังคงส่งผลกระทบทางวัฒนธรรมอย่างมหาศาลและยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในความสำเร็จของวงดนตรีชาวเกาหลีใต้

ตามที่ Hannah Waitt บรรณาธิการของ Moonrok ชี้ให้เห็นในซีรีส์ที่ยอดเยี่ยมของเธอเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเคป๊อป 

เคป๊อปนั้นไม่ธรรมดาในฐานะแนวเพลงเพราะมีวันที่เริ่มต้นที่ชัดเจนต้องขอบคุณวงดนตรีชื่อ Seo Taiji and Boys Seo Taiji เคยเป็นสมาชิกของวงดนตรีเฮฟวีเมทัลของเกาหลีใต้ Sinawe ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเพลงร็อคเกาหลีในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 แต่มีอิทธิพลอย่างมหาศาล

หลังจากที่วงเลิกกันเขาหันไปหาฮิปฮอปและคัดเลือกนักเต้นชาวเกาหลีใต้ 2 คน คือ Yang Hyun-suk และ Lee Juno ให้มาร่วมงานกับเขาในฐานะตัวสำรองในกลุ่มที่ชื่อว่า Seo Taiji and Boys เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2535 พวกเขาได้แสดงซิงเกิ้ล ในรายการพรสวรรค์ไม่เพียงแต่ The Boys จะไม่ชนะการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่กรรมการยังให้คะแนนต่ำสุดแก่วงดนตรีในตอนเย็นอีกด้วย

แต่ทันทีหลังจากที่เพลงเปิดตัว เพลง I Know ก็ขึ้นสู่อันดับสูงสุดในชาร์ตเพลงเดี่ยวของเกาหลีใต้เป็นเวลา 17 สัปดาห์ ซึ่งทำลายสถิติได้ยาวนานกว่า 15 ปีในฐานะสตรีคอันดับ 1 ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สร้างความน่าสนใจให้กับวงการเคป๊อปไม่น้อย

 

สนับสนุนโดย.  ufabet

เหตุผลทำไมคนอังกฤษจึงชอบไปผับ

เหตุผลทำไมคนอังกฤษ สำหรับในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมานั้นมีเหตุการณ์ที่มากมายและสร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงให้กับสหราชอาณาจักหรืออังกฤษอย่างมากโดยเฉพาะสถานที่ที่เรียกว่าเป็นสถานที่สำคัญและเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของอังกฤษอย่างสถานที่บันเทิงหรือผับนั่นเอง

ถือว่ารุนแรงมากกับสถานการณ์ของกรระบาดของโรคโควิดนั้นทำให้ผับทั่วอังกฤษมีการปิดตัวลงมากถึง 2,500 แห่ง

ทำให้ทอม เคอร์ริดจ์ และพีท บราวน์ เจ้าของผับชื่อดังและนักเซียนเบียร์พยายามปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับเอกลักษณืเฉพาะถิ่นแล้วความต้องการในการสังสรรค์ของชาวอังกฤษให้กลับมาและเที่ยวอย่างที่เคยเป็นมาด้วย 

ต้องบอกเลยว่าวัฒธรรมที่เรานั้นเห็นและเมื่อไปท่องเที่ยวก็จะเห็นเป็นประจำก็คือการดื่มและสังสรรค์กัยในหมู่คนอังกฤษ เพราะการสังสรรค์เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขานั้นเกิดการกระทำและสิ่งต่างๆขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนานต่างๆ รวมทั้งการกินดื่มเพื่อพูดคุยและเข้าสังคมสำหรับคนอังกฤษด้วยนั่นเอง

ถึงแม้ว่าสิ่งที่พวกเขาจะคิดถึงที่สุดก็คือการดื่มมและสังรรค์ในลักษณะผับแต่อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการปิดกิจการของผับลงจำนวนมากและการระบาดของโควิด คนอังกฤษนั้นก็ไม่อาจจะละหรือเลิกวัฒนธรรมหรือการกระทำเดิมๆที่ทำมาเสมอได้ พวกเขายังคงมีการกินดื่มกันที่บานอยู่เป็นประจำเสมอๆ แต่ในส่วนของการพบกับผู้อื่นนั้นก็จะลดลงและทำให้การดื่มเพื่อเข้าสังคมนั้นแทบจะหายไปจากชีวิตของคนอังกฤษช่วงนั้น

สำหรับผับในอังกฤษนั้น เป็นสถานที่ที่ได้รับการยกย่องและถูกให้ยกให้เป็นสถานที่สำคัญในการปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น ที่นอกจากสถานที่อย่างที่ทำงานและบ้านแล้วนั้น ผับจึงเป็นสถานที่ที่สามสำหรับคนอังกฤษนั่นเอง 

ถึงแม้ว่าผับนั้นจะเป็นพื้นที่เที่มีมูลค่ามหาศาลแต่กลับเป็นสถานที่ที่ถูกคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งก่อนเกิดโควิด เนื่องจากมีผับ สโมสรเยาวชน และห้องสมุดที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากนโยบายรัดเข็มขัดและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ผับที่ดำเนินกิจการมาอย่างดีเสมอมาด้วยการตอบสนองของผู้คนชาวอังกฤษ

สิ่งที่ผู้คนอังกฤษนั้นชื่นชอบการไปสถานที่อย่างสถานที่ที่สามนั้นก็เพราะว่าผับ เป็นสถานที่ที่ช่วยในเรื่องของการปฏิสัมพันธ์หรือสถานที่พบปะผู้คนที่ดีเนื่องจากผับอังกฤษนั้นมีหลากหลายรูปแบบไม่ใช่ผับแบบที่เรานั้นคุ้นเคย แต่ผับอังกฤษนั้นจะมีความเรียบง่ายและเน้นการเข้าสังคมที่มากกว่า และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักๆว่าทำไมคนอังกฤษนั้นถึงรู้สึกผูกพันและต้องไปผับอยู่เสมอ

แง่มุมทางสังคมของการไปผับของคนอังกฤษอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือการหลีกหนีจากความเหงา การแลกเปลี่ยนความคิดกับคนทั่วไปทั้งนี้ยังเป็นสถานที่ที่ปลอมประโลมได้ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาจากการหย่าล้าง และทั้งหมดนี้นั้นเป็นสิ่งที่คนอังกฤษนั้นชื่นชอบเพื่อให้ตัวเองนั้นได้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวด้วยและผู้คนที่ไปผับนั้นก็มีหลากหลายช่วงวัยด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บแม่

นักฟิสิกส์สุดอัจฉริยะ

นักฟิสิกส์สุดอัจฉริยะ หากจะเอ่ยถึงนักวิทยาศาสตร์ทางด้านฟิสิกส์นั้นก็จะต้องนึกถึงเขาอย่างแน่นอนด้วยรางวัลการัยตรีความสามารถอย่างรางวัลโนเบล เขานั้นก็คือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์นั่นเอง เขานั้นได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกด้วยการคิดสิ่งต่างๆทางวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นสัมพันธภาพ สมาการที่เป็นจุดจุดประกายให้เขานั้นสามารถคิดค้น

และประดิษฐ์สิ่งต่างๆตามมาได้อีกมากมาย เขานั้นนับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความคิด แนวคิดที่ร่วมสมัย ทำให้สามารถคิดสิ่งต่างๆออกมาได้อย่างน่าสนใจ

เขานั้นมีเรื่องราวมากใยในชีวิตที่น่าสนใจมาดูกันว่ากว่าจะมาเป็นนักฟิสิกส์สุดอัจฉริยะนั้นในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเขาผ่านอะไรมาบ้าง

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขานั้นเป็นคนที่มี 3 สัญชาติหลายๆคนอาจะยังไม่เคยรู้มาก่อน ด้วยชีวิตที่ต้องระหกระเหินของเขาและการเปลี่ยนสัญชาตินั้นก้ได้มาอย่างมาตั้งใจทำให้เขานั้นต้องมีการเปลี่ยนสัญชาติถึง 4ครั้งด้วยกัน นั่นก็คือสัญชาติเยอรมันและสวิตส์และกลับมาถือสัญชาติเยอรมันอีกครั้งก่อนที่เขานั้นจะย้ายถิ่นฐานและไปอาศัยอยู่ในอเมริกาและถือสัญชาติอเมริกาในที่สุด

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดในครอบครัวเชื้อสายยิว ในประเทศเยอรมันทางครอบครัวของเขานั้นทำธุรกิจ ในช่วงการเติบโตของเขานั้นพบว่ามีความบกพร่องในเรื่องของการอ่าน แต่ถึงแม้ว่าเขานั้นจะมีความบกพร่องในการอ่านแต่สิ่งที่เขานั้นสามารถทำได้อย่างดีก็คือในเรื่องของคณิตศาสตร์ เขาสามารถทำได้อย่างดีและมีการค้นคว้าค้นหาในการเรียนต่างๆด้วยตนเอง

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เริ่มฉายแววความอัจฉริยะออกมาด้วยการเขียนบทความทางวิทยาศาสตร์และในตอนนั้นเขามีอายุเพียง16ปีเท่านั้น เข้าได้เข้าศึกษาในระดับวิทยาลัยในสถาบันการเรียนในสวิสเซอร์แลนด์และเมื่อเขาเรียนจบเขาก็ได้เข้าทำงานและได้รับปริญญาบัตรในระดับปริญเอกด้วยวัยเพียง26ปีเท่านั้น

เขานั้นสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการออกมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเขานั้นมีอายุ 35ปีเขาก็ได้ย้ายกลับไปอยู่ที่เยอรมันและได้รับตำแหน่งในการเป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยเบอร์ลิน

และในสงครามโลกครั้งที่สองนั้น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็โดนหมายหัวจากนาซีทำให้เขานั้นต้องอพยพไปอยู่ในอเมริกาและเข้าก็ไม่ได้กลับไปเยอรมันอีกเลย สิ่งที่ทำให้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นั้นได้รับการยอมรับและเป้นที่รู้จักของคนทั้งโลกก็น่าจะมาจากสูตร E=mc ยกกำลัง 2 ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นสูตรของการสร้างนิวเคลียร์

แต่ความจริงแล้วนั้นสูตรนี้เป็นสูตรที่อธิบายความสัมพันธ์ของพลังงาน มวลสารและความเร็วของแสง ทำให้สูตรนี้นำไปพัฒนาไปเป้นสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระเบิดปรมาณู แต่สูตรนี้ก็ยังคงเป็นสูตรที่มีประโยชน์ทั้งในการสื่อสารทางการแพทย์ด้วย เขานั้นได้ถ่ายทอดหลักการและสมาการนี้ออกไปในช่วงอายุที่เขา 26 ปีเท่านั้นและเรียกได้ว่าในขณะนั้นเป็นปีทองของเขาและเขาก็ได้รับการยอมรับจากวงการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์รวมถึงวงการแพทย์ด้วย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บตรง

แม่ล้มทับจับเมื่อเปิดประตูห้องนอนของลูกสาวพบมีแต่กองขยะเต็มไปหมด

    แม่ล้มทับจับเมื่อเปิดประตู   มีคุณแม่ชาวจีนรายหนึ่งเธอได้มีการโพสต์ข้อความลงใน Facebook ส่วนตัวโดยเป็นการโพสต์ข้อความระบายให้กับเพื่อนในเฟซของเธอได้ฟังว่าเธอนั้นหมดปัญญาที่จะมีการพูดคุยกับลูกสาวของเธอแล้วซึ่งเธอได้นำภาพถ่ายภายในห้องพักของลูกสาวของเธอมาลงในให้คนในโซเชียลดูด้วยจะเห็นได้ว่าภาพในห้องพักนั้นแทบจะไม่มีส่วนไหนที่สามารถเดินได้เลยเพราะมีแต่กองขยะและกองเสื้อผ้ามากมายเต็มไปหมด

         นอกจากนี้ยังมีกองถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กินแล้วอยู่ในสภาพที่เน่าหรือแม้แต่แก้วน้ำแก้วชานมก็ถูกวางกระจัดกระจายเต็มไปหมด

    อย่างไรก็ตามคุณแม่รายดังกล่าวระบุได้ว่าลูกสาวของเธอนั้นปัจจุบันอายุ 23 ปีแล้วและมีพฤติกรรมอยู่ในห้องที่สภาพสกปรกอย่างนี้มาโดยตลอดซึ่งเธอมักจะมีการตำหนิและต่อว่าลูกสาวเธออยู่บ่อยครั้งและสุดท้ายก็จะจบลงด้วยการทะเลาะกันและลูกสาวของเธอก็จะไม่อนุญาตให้เธอเข้าไปในห้องพักของลูกสาวอย่างเด็ดขาด

        ในขณะเดียวกันแฟนหนุ่มของลูกสาวหรือแม้แต่เพื่อนๆของลูกสาวพวกเขาสามารถเข้าไปในห้องของลูกสาวเธอได้ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มของลูกสาวและเพื่อนของลูกสาวนั้นทนสภาพห้องของลูกสาวเธอได้อย่างไร   

        อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเธอต้องการให้คนในโลกออนไลน์ช่วยแนะนำเธอว่าเธอควรจะจัดการกับลูกสาวของเธออย่างไรดีเพราะสภาพห้องของลูกสาวของเธอนั้นทำให้เธอนั้นรู้สึกรับไม่ได้ทุกวันนี้เธอไม่กล้าที่จะเปิดประตูห้องลูกสาวของเธอออกเข้าไปเลยเพราะว่าเกรงว่ากลิ่นขยะภายในห้องลูกสาวของเธอนั้นจะโชว์ออกมาส่งกลิ่นเหม็นภายในตัวบ้านและมีผลต่อคนอื่นๆภายในบ้าน

      อย่างไรก็ตามหลังจาก ที่พักถูกเผยแพร่ออกไปคนในโลกออนไลน์ก็ต่างพากันวิจารณ์เข้ามาเยอะมากเนื่องจากว่าไม่มีใครที่จะรับสภาพห้องดังกล่าวได้บางคนแนะนำว่าให้คุณแม่พาลูกสาวไปพบจิตแพทย์เพราะคนที่อยู่ในสภาพห้องที่สกปรกมีแต่ขยะเต็มไปหมดได้และพึงพอใจกับสภาพห้องแบบนี้น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพจิต

      นอกจากนี้ชาวโซเชียลบางคนยังมีการเข้าไปค้นข้อมูลย้อนหลังเมื่อช่วงประมาณ ปีพ.ศ. 2562 ว่าคุณแม่รายดังกล่าวก็เคยโพสต์สภาพห้องของลูกสาวซึ่งมีสภาพมีแต่ขยะเต็มไปหมดแบบนี้มาโชว์ให้คนในโลกออนไลน์ได้เห็นแล้วแต่ภาพขยะในช่วงประมาณปี.พศ.2562 นั้นยังสะอาดมากกว่าภาพล่าสุดที่มีการนำโพสต์นี้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพัฒนาการความสกปรกของลูกสาวของเธอนั้นมีการพัฒนาการที่สูงขึ้นเรื่อยๆ 

 

สนับสนุนโดย.    ยูฟ่าสล็อตเว็บตรง

แองเจลิน่า โจลี่ การแสดงรางวัลใหญ่ รางวัลออสก้า

แองเจลิน่า โจลี่ หากเอ่ยถึงชื่อ แองเจลีน่า โจลี่แล้วนั้น เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยและรู้จักเธอเป็นอย่างดีเพราะเธอคือหนึ่งในนักแสดงนำหญิงที่ถือว่าได้ประสบความสำเร็จแห่งยุค สำหรับภาพยนตร์ที่เธอนำแสดงนั้นมีรายได้รวมกันถึงมูลค่า6,000 ล้านดอลล่า แน่นอนว่าในการที่เธอสามารถกวาดรายได้

ในการแสดงภาพยนต์มากมายขนาดนี้ก็ด้วยฝีมือในการแสดงของเธอที่มีความพิเศษและแตกต่าง เธอสามารถเข้าถึงบทบาทในการแสดงได้เป็นอย่างดี

ด้วยการแสดงที่มากฝีมือของเธอนั้นทำให้เธอได้รับรางวัลในสาขาการแสดงรางวัลใหญ่ๆ อย่างรางวัลออสก้าด้วย ไม่เพียงฝีมือด้านารแสดงที่น่าสนใจเพียงเท่านั้น เธอยังได้รับฉายาว่าเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกด้วย

แองเจลีน่า โจลี่นั้น เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงที่เป็นต้นแบบให้กับคนทั่วโลกได้อย่างหลาหลายแง่มุมมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสำเร็จในหน้าที่การงาน การแสดง เพราะด้วยการแสดงที่มากความสามารถทำให้นักแสดงหลายๆคนนั้นต่างก็มีเธอเป็นไอดอล รวมถึงในด้านความสวยความงาม เธอก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยสดงดงาม นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบในหารประพฤติตนการแบ่งปันเพื่อสังคมอีกด้วย

แม้ในอดีตที่ผ่านมาของ แองเจลีน่า โจลี่นั้น จะมีการใช้ชีวิตที่โลดโผนและเป็นหญิงสาวที่แก่นเสี๊ยว เพราะด้วยภาพลักษณ์สุดเซ็กซี่ของเธอรวมถึงความงามของเธอ ทำให้เธอได้กล้าที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ในปัจจุบันนี้นั้นเมื่อเธอได้โตขึ้นและได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมามากมาย ทำให้เธอกลายเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนและทำให้เธอนั้นเป็นหญิงสาวที่ทำให้คนทั้งโลกต่างก็หลงรักเธอ

ต้องยอมรับเลยว่าแองเจลี่น่า โจลี่นั้นเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ต่างๆมากมาย ด้วยความที่เกิดมาเป็นลูกของนักแสดงที่ได้รับรางวัลออสก้า

อย่าง จอห์น วอยด์ และมาเชอรีน เบอร์ทรานต์ ถึงแม้ว่าหลังจากที่เธอเกิดมาได้เพียงปีเดียวเท่านั้น พ่อและแม่ของเธอก็แยกทางกัน ถึงแม้พ่อและแม่ขิงเธอจะแยกทางกัน เธอก็ได้รับการเลี้ยงดูและอยู่อาศัยกับพี่ชาย 

ในช่วงชีวิตวัยเด็กของเธอนั้นเธอได้รับบทบาทในการแสดงและได้ร่วมแสดงกับทั้งพ่อและแม่ของเธอด้วย เธอนั้นฉายแววการแสดงตั้งแต่ยังเด็กและเธอก็มุ่งมั่นในการแสดงหลังจากที่เธอนั้นอายุ 16 ปี  เธอตั้งใจที่จะแสดงและเป็นนักแสดงที่ดี หลายคนอาจจะคิดว่าเธอนั้นมีแรงกระตุ้นในการเป็นนักแสดงที่ได้รับจากพ่อ

แต่ความจริงเธอนั้นขอบคุณแม่เพราะแม่เธอนั้นได้ส่งเธอไปเรียนในสถาบันการแสดง ทำให้เธอนั้นพัฒนาฝีมือขึ้นมาเรื่อยๆ และสามารถเข้าสู่วงการการแสดงถึงแม้ว่าในช่วงนั้นเธออาจจะมีรูปลักษณ์ที่ดูแรงและโตเกินไวทำให้เกิดปัญหาในการเป็นนักแสดงในช่วงนั้น แต่ด้วยความพยายามของเธอ จึงทำให้เธอนั้นสามารถเข้ามาโลดแล่นในวงการบบันเทิงและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้